Life

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2021

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 12:38-44)    เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนขณะที่ทรงสั่งสอนว่า “จงระวังบรรดาธรรมาจารย์ที่ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา พอใจให้คนทั้งหลายคำนับตามลานสาธารณะ พอใจนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม พอใจนั่งที่หัวโต๊ะในงานเลี้ยง คนพวกนี้กินบ้านของหญิงม่าย และอธิษฐานภาวนายืดยาวเพื่อให้คนมอง คนเหล่านี้จะรับโทษหนักกว่าผู้อื่น”    ขณะที่พระองค์ประทับนั่งตรงหน้าตู้ทาน ทอดพระเนตรเห็นประชาชนใส่เงินลงในตู้ทาน คนมั่งมีหลายคนใส่เงินจำนวนมาก หญิงม่ายยากจนคนหนึ่งเข้ามาเอาเหรียญทองแดงสองเหรียญใส่ลงในตู้ทาน พระองค์จึงทรงเรียกบรรดาศิษย์เข้ามาตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า หญิงม่ายยากจนคนนี้ได้ทำทาน มากกว่าทุกคนที่ได้ใส่เงินลงในตู้ทาน เพราะทุกคนเอาเงินที่เหลือใช้มาทำทานแต่หญิงคนนี้ขัดสนอยู่แล้ว ยังนำเงินทั้งหมด นำทุกอย่างที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตมาทำทาน”

แสงธรรม..สอนให้ฉันเคียงข้างประชาชน

1 ​เพจ เฟซบุกของบ้านเณรใหญ่แสงธรรม ลงภาพกิจกรรม “ครัวอาสา” ในภาวะวิกฤติโควิด 19 จากผลิตผลของแสงธรรมเอง และจากผู้สนับสนุนที่ให้ความช่วยเหลือ ... ภาพเหล่านี้แสดงอัตลักษณ์ของความเป็น “แสงธรรม” ......

พระวาจาประจำวัน … (3/05/21)

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 12:28-34) เวลานั้น ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียง พระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่า บทบัญญัติสองประการนี้” ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า ‘พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์ แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย’ การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆ ทั้งสิ้น” พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย

บุรุษธรรมดาที่มีนามว่า “โยเซฟ”

 “เราจะพาพระนางมารีย์เเละพระบุตร เดินทางจากนาซาเร็ธไป ยังเบธเลเฮม เเละจะคุ้มครองทั้งสองให้ปลอดภัย เท่าที่ชายคนหนึ่งจะทำได้”... . . 1. หากเห็นข้อความด้านบนนั้น ผมไม่อาจเผลอใจนึกถึงใคร นอกจากชายคนเดียว ชายที่เราเรียกเขาว่า “ยอเเซฟ” องค์ภัสดาเเห่งพระนางมารีย์เเละบิดาบุญธรรมของพระเยซู . . วันที่ 8 ธันวาคม 2563 - 8 ธันวาคม 2564 พระสันตะปา ปาฟรังซิส ประกาศให้เป็นปีของท่านนักบุญยอเเซฟ ( ประกาศ เนื่องในวันสมโภชเเม่มารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล ) พร้อมทั้งจัดพิมพ์ สมณลิขิตชื่อ “ด้วยหัวใจของบิดา Patris Corde” เพื่อรำลึก ครบรอบ 150 ปีแห่งการประกาศว่า “นักบุญยอแซฟเป็นองค์ อุปถัมภ์พระศาสนจักรสากล” . . 2. ...เส้นทางจากนาซาเร็ธ ถึงเบธเลเเฮมบอกอะไรกับเรา... ในปีที่เราหวนคิดถึงนักบุญยอเเซฟเป็นพิเศษนี้ มีหลาย เหตุการณ์เหลือเกินที่หากพูดถึงท่าน เหตุการณ์เหล่านั้นจะหลั่ง ไหลเข้ามา หนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของการ ประสูติองค์พระเยซูเจ้า ที่ทูตสวรรค์มาเข้าฝันนักบุญยอเเซฟ บอกท่านให้รับพระนางมารีย์ ทั้งยอมรับบุตรที่จะประสูติมา เพราะนั่นคือ บุตรของพระเจ้า การเป็นพ่อคนว่ายากเเล้ว เเต่การเป็นพ่อของพระเจ้าน่า จะยากกว่าบททดสอบเเรกที่ยอเเซฟได้รับ คือ การพาพระนาง มารีย์ที่กำลังตั้งครรภ์เดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอน เเต่บท ทดสอบนี้นำมาซึ่งความชื่นชมยินดีอย่างที่สุด เพราะที่ปลาย ทาง พระบุตรได้ถือกำเนิด อย่างไรก็ตาม... ความสวยงามอยู่ที่ปลายทาง เเต่ระหว่างทางคือความจริง ที่ต้องพบ จะมีสักกี่คนที่นึกถึงระหว่างทางจากนาซาเร็ธถึง เบธเลเฮม จะมีสักกี่คนที่เห็นเเดดร้อน ลม ฝน ที่ทั้งสามชีวิต ต้องพบ เเละจะมีสักกี่คนเห็นถึงภาระหน้าที่ของชายธรรมดาคน หนึ่ง ซึ่งเเบกรับความหวังของมวลมนุษย์ นั่นคือต้องดูเเลพระ บุตรที่อยู่ในครรภ์ ป้องกันภรรยา เเละนำพาพระบุตรเดินทาง ไปกว่าร้อยกิโลเมตร ใช่ครับ ยอเเซฟรับหน้าที่ทั้งหมดนั้น เเละท่านรับ... ด้วยความสุภาพทั้งหมดที่ตนมี . ....

พระวาจาประจำวัน …วันที่ 2 มิถุนายน 2021

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 12:18-27)    เวลานั้น ชาวสะดูสีบางคนมาพบพระเยซูเจ้า คนเหล่านี้สอนว่าไม่มีการกลับคืนชีพ เขาทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ โมเสสเขียนสั่งไว้ว่าถ้าพี่ชายตายทิ้งภรรยาไว้โดยไม่มีบุตร ก็ให้น้องชายของเขารับเอาหญิงนั้นมาเป็นภรรยา เพื่อจะได้สืบสกุลของพี่ชาย ยังมีพี่น้องเจ็ดคน คนแรกมีภรรยาแล้ว ตายไปโดยไม่มีบุตร คนที่สองก็รับนางเป็นภรรยา แล้วตายไปโดยไม่มีบุตร คนที่สามก็เช่นเดียวกันทั้งเจ็ดคนไม่มีบุตรเลย ในที่สุดหญิงคนนั้นก็ตายไปด้วย เมื่อมนุษย์จะกลับคืนชีพในวันกลับคืนชีพ หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของใคร เพราะทั้งเจ็ดคนต่างได้นางเป็นภรรยา”    พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “ท่านคิดผิดไปแล้วมิใช่หรือ ท่านไม่เข้าใจพระคัมภีร์และไม่รู้จักพระอานุภาพของพระเจ้า เมื่อผู้ตายจะกลับคืนชีพนั้น จะไม่มีการแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอีก แต่เขาจะเป็นเหมือนทูตสวรรค์ ส่วนเรื่องผู้ตายกลับคืนชีพนั้นท่านไม่ได้อ่านหนังสือของโมเสสตอนที่กล่าวถึงพุ่มไม้หรือ ว่าพระเจ้าตรัสกับเขา อย่างไร พระองค์ตรัสว่า ‘เราคือพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัคและพระเจ้าของยาโคบ’ พระองค์มิใช่พระเจ้าของผู้ตายแต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น ท่านคิดผิดไปมากทีเดียว”

Latest Update!

กิจกรรมล่าสุด