✨โดย เดโบราห์ คัสเตลลาโน ลูบอฟ
🕊️สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงสอนคำสอนต่อเนื่องในหัวข้อธรรมนูญความเชื่อเรื่องพระศาสนจักร Lumen gentium โดยทรงย้ำเตือนว่า “ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิทธิพิเศษสำหรับคนเพียงไม่กี่คน” แต่เป็นของผู้รับศีลล้างบาปทุกคน และ “ปรากฏในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อใดก็ตามที่เรารับพระหรรษทานนั้นด้วยความยินดี และตอบสนองต่อพระองค์”
✨พระองค์ตรัสในโอกาสการเข้าเฝ้าทั่วไปประจำสัปดาห์ ณ นครรัฐวาติกัน เมื่อวันพุธ โดยทรงยกข้อความจาก Lumen gentiumว่า “ความศักดิ์สิทธิ์มิใช่สิทธิพิเศษของคนส่วนน้อย แต่เป็นพระพรที่เรียกร้องให้ผู้รับศีลล้างบาปทุกคน มุ่งสู่ความสมบูรณ์แห่งความรัก นั่นคือ ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างเต็มเปี่ยม”
✨พระสันตะปาปาทรงอธิบายว่า เอกสารดังกล่าวได้อุทิศทั้งบทที่ห้าเพื่อกล่าวถึง “กระแสเรียกสากลสู่ความศักดิ์สิทธิ์” ของคริสตชนทุกคน โดยยืนยันว่า ทุกคนได้รับการเรียกให้ดำเนินชีวิตในพระหรรษทาน ปฏิบัติคุณธรรม และเลียนแบบพระคริสตเจ้า
🕊️พระองค์ทรงชี้ว่า ระดับสูงสุดของความศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับในยุคแรกของพระศาสนจักร คือการเป็นมรณสักขี ซึ่งเป็น “พยานสูงสุดแห่งความเชื่อและความรัก” ดังนั้น ผู้มีความเชื่อทุกคนต้องพร้อมที่จะยืนยันความเชื่อในพระคริสตเจ้า แม้ต้องหลั่งเลือด ดังที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและยังคงเกิดขึ้นในปัจจุบัน
✨พระองค์ตรัสว่า ความพร้อมในการเป็นพยานนี้ ปรากฏขึ้นในทุกครั้งที่คริสตชนทิ้งร่องรอยแห่งความเชื่อและความรักไว้ในสังคม
🕊️การหล่อเลี้ยงชีวิตศักดิ์สิทธิ์
✨พระสันตะปาปาทรงเตือนว่า ศีลศักดิ์สิทธิ์ทุกศีล โดยเฉพาะศีลมหาสนิท เป็น “อาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตศักดิ์สิทธิ์” ทำให้มนุษย์เป็นเหมือนพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นแบบฉบับแห่งความศักดิ์สิทธิ์
พระองค์ตรัสว่า พระเยซูเจ้าทรงทำให้พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ และความศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นพระพรจากพระองค์ ซึ่งปรากฏในชีวิตประจำวัน เมื่อเรารับด้วยความยินดีและตอบสนองด้วยความมุ่งมั่น
พระองค์ยังทรงอ้างคำสอนของ นักบุญเปาโลที่ 6 พระสันตะปาปา ว่า พระศาสนจักรจะเป็นของแท้ได้ ก็ต่อเมื่อผู้รับศีลล้างบาปทุกคน “เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์” คือ เป็นบุตรที่แท้จริง เข้มแข็ง และซื่อสัตย์
🕊️การเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง
✨พระองค์ทรงย้ำว่า ความศักดิ์สิทธิ์เป็นลักษณะพื้นฐานของพระศาสนจักร แต่ไม่ได้หมายความว่าพระศาสนจักรสมบูรณ์แล้ว หากยังต้องเดินทางต่อไปท่ามกลาง “การเบียดเบียนของโลก และการปลอบโยนของพระเจ้า”
ความจริงอันน่าเศร้าของบาปในพระศาสนจักร ซึ่งก็คือในตัวเราทุกคน เรียกร้องให้เรากลับใจอย่างจริงจัง วางใจในพระเจ้า ผู้ทรงทำให้เราใหม่ขึ้นในความรัก
“ความศักดิ์สิทธิ์มิใช่เพียงเรื่องของการปฏิบัติทางศีลธรรมเท่านั้น แต่เป็นแก่นแท้ของชีวิตคริสตชน ทั้งในระดับส่วนตัวและชุมชน” พระองค์ตรัส
มิใช่พันธนาการ แต่เป็นพระพรแห่งอิสรภาพ
พระสันตะปาปาทรงระลึกถึงผู้ที่ถวายตนแด่พระเจ้าผ่านคำแนะนำแห่งพระวรสาร ได้แก่ ความยากจน ความบริสุทธิ์ และความนอบน้อม
พระองค์ตรัสว่า คุณธรรมทั้งสามนี้ไม่ใช่กฎที่ผูกมัดเสรีภาพ แต่เป็นพระพรของพระจิตเจ้า ที่ทำให้ผู้มีความเชื่อบางคนถวายตนแด่พระเจ้าอย่างสิ้นเชิง
🌻• ความยากจน แสดงถึงความวางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า
🌻• ความนอบน้อม เลียนแบบการถวายพระองค์ของพระคริสตเจ้าต่อพระบิดา
🌻• ความบริสุทธิ์ คือของประทานแห่งหัวใจที่บริสุทธิ์ เพื่อรับใช้พระเจ้าและพระศาสนจักร
ผู้ที่ดำเนินชีวิตเช่นนี้ เป็นพยานถึงกระแสเรียกสากลสู่ความศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรทั้งหมด
ไม่มีประสบการณ์ใดที่พระเจ้าไม่ทรงไถ่กู้
🕊️พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า ไม่มีประสบการณ์ใดของมนุษย์ที่พระเจ้าจะไม่ทรงไถ่กู้ แม้แต่ความทุกข์ เมื่อดำเนินร่วมกับพระมหาทรมานของพระคริสตเจ้า ก็สามารถกลายเป็นหนทางสู่ความศักดิ์สิทธิ์ได้
พระหรรษทานของพระเจ้า ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษย์ จะเสริมกำลังเราในทุกการทดลอง และนำเราไปสู่การพบกับพระเจ้า ผู้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ด้วยความรัก
✨ในตอนท้าย สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงวอนขอการคุ้มครองจากพระนางพรหมจารีมารีย์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ให้ทรงค้ำจุนและปกป้องการเดินทางชีวิตของเราทุกคนเสมอไป
อาแมน 🙏
