✨วันที่ 16 กันยายน
🕊️ระลึกถึงนักบุญคอร์เนลีอุส และนักบุญซีเปรียน
น.คอร์เนเลียส พระสันตะปาปาและมรณสักขี น.ซีเปรียน พระสังฆราชและมรณสักขี
🌿St. Cornelius and St. Cyprian
⌛คอร์เนลีอุสได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาในปี ๒๕๑ ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่พระศาสนจักรถูกเบียดเบียนโดยจักรพรรดิเดซีอุส ภารกิจอย่างแรกของท่าน นอกเหนือจากการถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่โรมันอยู่เสมอแล้วก็คือยุติการแตกแยกที่เกิดจากคู่แข่งของท่าน โนวาเชียน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นปฏิปักษ์พระสันตะปาปาคนแรก ท่านจัดประชุมสังคายนาเพื่อรับรองว่าท่านเป็นผู้สืบตำแหน่งที่ชอบธรรมของนักบุญเปโตร
⚡ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นสืบเนื่องจากผลของการเบียดเบียน มีปัญหาว่าพระศาสนจักรสามารถให้อภัยและยอมรับผู้ประกาศละทิ้งความเชื่อไปแล้วให้กลับสู่พระศาสนจักรได้หรือไม่?
สังฆราชกลุ่มหนึ่งยืนยันว่าศาสนจักรไม่สามารถยอมรับผู้ทิ้งความเชื่อกลับมาได้ ส่วนอีกกลุ่มเห็นควรว่าต้อนรับกลับมาได้ คอร์เนลิอุสออกกฤษฎีกาประกาศว่าพวกคนเหล่านั้นจะได้รับการต้อนรับกลับมาและให้มีการชดใช้โทษบาปแต่พอเพียง
🗓️ในปี ๒๕๓ ท่านถูกขับไล่โดยจักรพรรดิกาลลัส และเสียชีวิตด้วยความยากลำบากที่ได้รับ ท่านได้รับการยกย่องในฐานะมรณสักขี
⌛นักบุญซีเปรียนแห่งคาร์เธจมีความสำคัญเป็นรองเพียงนักบุญออกัสติน ในฐานะปิตาจารย์แห่งศาสนจักรแอฟริกัน ท่านเป็นเพื่อนสนิทของพระสันตะปาปาคอร์เนลีอุส และสนับสนุนพระองค์ในการต่อสู้กับโนวาเชียน และสนับสนุนความเห็นให้ต้อนรับพวกทิ้งความเชื่อกลับคืนมาได้
ท่านเกิดมาในครอบครัวคนนอกศาสนาที่ร่ำรวยในปี ๑๙๐ และได้รับการศึกษาแบบกรีกคลาสสิคและวาทศิลป์ ท่านกลับใจเมื่ออายุ ๕๖ ปีและบวชเป็นพระสงฆ์หนึ่งปีให้หลังอีกสองปีต่อมา ท่านก็ได้เป็นพระสังฆราช
✒️งานเขียนของท่านมีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องว่าด้วยความเป็นหนึ่งเดียวของศาสนจักรคาทอลิก ท่านถือว่าความเป็นหนึ่งเดียวนี้มีพื้นฐานอยู่ที่อำนาจของสังฆราช และอำนาจสูงสุดคืออำนาจของพระสันตะปาปา
📜ในหนังสือ “ความเป็นหนึ่งเดียวของศาสนจักรคาทอลิก” นักบุญซีเปรียนเขียนว่า “ท่านไม่อาจมีพระเจ้าเป็นบิดา หากท่านไม่มีศาสนจักรเป็นมารดา … พระเจ้าเป็นหนึ่ง พระคริสต์เป็นหนึ่ง และพระศาสนจักรของพระองค์เป็นหนึ่ง หนึ่งในความเชื่อและหนึ่งในผู้คนที่รวมกันอย่างกลมกลืน เหมือนความเป็นหนึ่งเดียวของร่างกายที่แข็งแรง … ถ้าเราเป็นทายาทของพระคริสต์ขอให้เราอยู่ในสันติสุข
ของพระคริสต์ ถ้าเราเป็นลูกของพระเจ้าก็ขอให้เราเป็นผู้รักสันติ”
ในระหว่างการเบียดเบียนของจักรพรรดิเดซิอุส ท่านซีเปรียนเห็นว่าเป็นการฉลาดรอบคอบกว่าที่จะซ่อนตัวและนำฝูงแกะของท่านอย่างลับๆ แทนที่จะรับมงกุฎรุ่งเรืองของการเป็นมรณสักขี ซึ่งการตัดสินใจดังนี้เปิดช่องให้ศัตรูว่าร้ายท่านอย่างไรก็ตาม ในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๘ ท่านได้เป็นมรณสักขีระหว่างการเบียดเบียนของจักรพรรดิวาเลอเรียน
#นายชุมพาดินแดนพันธสัญญา
#สังฆมณฑลนครสวรรค์
