🕊️“สันติภาพต้องได้รับการยอมรับและดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง”
✒️โดย ลินดา บอร์โดนี
✨ในโอกาสที่พระองค์ปราศรัยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ณ ประเทศแคเมอรูน สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเรียกร้องให้เกิดสันติภาพ ความยุติธรรม และความมุ่งมั่นใหม่ต่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมทั้งทรงเน้นย้ำว่า “สันติภาพต้องไม่ถูกลดทอนให้เป็นเพียงคำขวัญ”
✨ในการตรัสต่อบรรดาผู้มีอำนาจ ตัวแทนภาคประชาสังคม และคณะทูตานุทูต ณ ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงยาอุนเด หลังจากเสด็จถึงประเทศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พระองค์ทรงเรียกร้องให้ประชาชนชาวแคเมอรูนใช้ความหลากหลายอันมั่งคั่งของตน เป็นแหล่งแห่งความเป็นหนึ่งเดียวและพลัง
🌻พระองค์ทรงแสดงความขอบพระทัยต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งทรงเรียกแคเมอรูนว่าเป็น “แอฟริกาในขนาดย่อส่วน” เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ “ความหลากหลายนี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นทรัพย์สมบัติ” พระองค์ตรัส “และเป็นคำมั่นแห่งภราดรภาพ รวมทั้งเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน”
🕊️พันธกิจแห่งการเสวนาและความหวัง
✨สมเด็จพระสันตะปาปาทรงแนะนำพระองค์ว่าเป็น “ผู้เลี้ยงแกะและผู้รับใช้แห่งการเสวนา ภราดรภาพ และสันติภาพ” การเสด็จเยือนครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงความใกล้ชิดกับประชาชนทุกคน และเป็นกำลังใจให้เดินหน้าสร้างประโยชน์ส่วนรวม พระองค์ทรงกล่าวถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบันว่าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ผู้คนจำนวนมากรู้สึกหมดหนทาง แต่ยังคงมี “ความกระหายความยุติธรรม” และความต้องการสันติภาพ โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน ซึ่งพระองค์ทรงเรียกร้องให้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมที่ยุติธรรมยิ่งขึ้น
✨การปกครองด้วยความถ่อมตนและความรับผิดชอบ
พระองค์ทรงย้ำว่า อำนาจในการปกครองแท้จริงแล้วคือ “การรับใช้” ผู้ปกครองต้องปฏิบัติหน้าที่
“ไม่ใช่ด้วยความรักในอำนาจ แต่ด้วยความตระหนักในหน้าที่ต่อผู้อื่น” และต้องมุ่งประโยชน์ของทุกคน รวมถึงชนกลุ่มน้อย พร้อมส่งเสริมความปรองดองในสังคม
✨การเรียกร้องสันติภาพท่ามกลางความทุกข์
พระองค์ทรงกล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงความรุนแรงในหลายภูมิภาคของประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์อย่างลึกซึ้ง ทั้งการสูญเสียชีวิต การอพยพพลัดถิ่น และเยาวชนที่สิ้นหวัง “เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น คือใบหน้า เรื่องราว และความหวังที่แตกสลายของมนุษย์จริง ๆ” พระองค์ทรงเรียกร้องให้ละทิ้ง “ตรรกะแห่งความรุนแรงและสงคราม” และหันไปสู่สันติภาพที่ตั้งอยู่บนความรักและความยุติธรรม “โลกกำลังกระหายสันติภาพ… พอแล้วกับสงคราม”
พระองค์ทรงย้ำว่า สันติภาพต้องไม่ใช่เพียงคำพูด แต่ต้องเป็นวิถีชีวิต
✨บทบาทของสถาบันต่างๆ และภาคประชาสังคม
สันติภาพเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน โดยเฉพาะผู้มีอำนาจต้อง “รับฟังประชาชนอย่างแท้จริง”
พระองค์ยังทรงเน้นว่า นโยบายสังคมต้องไม่ทำ “เพื่อคนยากจน” เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องทำ “ร่วมกับเขา”
พระองค์ทรงชื่นชมบทบาทของ องค์กรภาคประชาสังคม กลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี ผู้นำศาสนา โดยเฉพาะสตรี ซึ่งทรงเรียกว่า “ผู้สร้างสันติภาพอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย”
✨ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และการต่อต้านคอร์รัปชัน
พระองค์ทรงเรียกร้องให้มีความโปร่งใส และยึดหลักนิติธรรม พร้อมเตือนว่าคอร์รัปชันคือสิ่งที่บิดเบือนอำนาจและทำลายความน่าเชื่อถือ “สันติภาพที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อทุกคนรู้สึกได้รับการปกป้อง ได้รับการรับฟัง และได้รับความเคารพ”
✨การลงทุนในเยาวชน
พระองค์ทรงย้ำว่าเยาวชนคือ “ความหวังของประเทศและของพระศาสนจักร” การลงทุนด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ และการสร้างโอกาสคือ “การลงทุนเพื่อสันติภาพ”
✨หนทางร่วมสู่การคืนดี
พระองค์ทรงสนับสนุนการเสวนาระหว่างศาสนา และความร่วมมือระหว่างพระศาสนจักรกับภาครัฐและนานาชาติ เพื่อส่งเสริมคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเป็นหนึ่งเดียวกัน
⛪บทสรุป
สมเด็จพระสันตะปาปาทรงปิดท้ายด้วยการอวยพรว่า “ขอพระเจ้าทรงอวยพรแคเมอรูน
และประทานพระหรรษทานให้ประชาชนทั้งปวง ได้ร่วมกันสร้างอนาคตแห่งความยุติธรรมและสันติภาพ”
✨ปล.
🪽อาแมน 🙏
