✨คริสตวจนะ วาทะพระเจ้า วันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 2026
🕊️(วันพุธ สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา (ปี A)
📜บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 12:44-50)
✨เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสเสียงดังว่า
🌻“ผู้ที่เชื่อในเรา ไม่ได้เชื่อในเราเท่านั้น แต่ยังเชื่อในพระองค์ผู้ทรงส่งเรามาด้วย ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา เราเข้ามาในโลกเป็นแสงสว่าง เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อในเราไม่อยู่ในความมืด ผู้ใดได้ยินวาจาของเรา แล้วไม่ปฏิบัติตาม เราไม่ตัดสินลงโทษเขา เพราะเราไม่ได้มาเพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่มาเพื่อช่วยโลกให้รอดพ้น ผู้ที่ไม่ยอมรับเรา และไม่ยอมรับวาจาของเรา ก็มีผู้ตัดสินลงโทษเขาแล้ว วาจาที่เราได้กล่าวนั้นจะตัดสินลงโทษเขาในวันสุดท้าย เพราะเรามิได้พูดตามใจของเรา แต่พระบิดาผู้ทรงส่งเรามา ได้ทรงบัญชาว่าเราต้องพูดอะไร และพูดอย่างไร เรารู้ว่าพระบัญชาของพระองค์เป็นชีวิตนิรันดร ดังนั้น สิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดดังที่พระบิดาทรงบอกกับเรา”
⛪ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า
✨1️
“พระเยซูเจ้าตรัสเสียงดังว่า”
พระเจ้ามิได้ตรัสอย่างเงียบ ๆ แต่ตรัส “เสียงดัง” เพื่อให้ทุกคนได้ยิน
เพราะความจริงเรื่องความรอดพ้นนั้น …สำคัญเกินกว่าจะปล่อยผ่าน
ปัญหาไม่ใช่เราไม่ได้ยิน แต่คือเรา “ไม่ได้ตั้งใจฟัง”
✨2️
“เราเข้ามาในโลกเป็นแสงสว่าง”
โลกอาจเต็มไปด้วยความมืด แต่พระเจ้าก็ทรงเป็นแสงสว่างอยู่เสมอ
คำถามคือ… เราจะเดินเข้าหาแสงนั้น หรือยังเลือกอยู่ในที่มืดที่เราคุ้นเคย
✨3️
“เราไม่ได้มาเพื่อตัดสินลงโทษโลก”
พระเจ้าไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่เพื่อ “ช่วยให้รอด”
พระองค์ให้โอกาส ให้เวลา ให้หนทาง
แต่การตอบรับ…ขึ้นอยู่กับเรา
✨4
“วาจาที่เราได้กล่าวนั้นจะตัดสินลงโทษเขา”
พระวาจาไม่ใช่แค่สิ่งที่เราได้ยิน
แต่คือสิ่งที่เรียกร้องให้เรา “เปลี่ยนชีวิต”
ถ้าเราเพียงฟัง แต่ไม่ลงมือทำ
วันหนึ่ง วาจานั้นเอง…จะสะท้อนกลับมาถามเรา
ว่าเราเคยฟังจริงหรือไม่
🕊️ปล.
✝️พระคริสตเจ้าสถิตในเรา ตลอดกาลนิรันดร์ 🙏
