วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2026

2 นาที

🕊(วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต)

💒บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 11:45-56)

✨เวลานั้น ชาวยิวหลายคนที่มาเยี่ยมมารีย์ และเห็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำก็เชื่อในพระองค์ แต่บางคนไปพบชาวฟาริสี เล่าเรื่องที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำให้ฟัง บรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีจึงเรียกประชุมสภา ปรึกษากันว่า “พวกเราจะทำอย่างไรดี เพราะคนคนนี้ได้ทำเครื่องหมายอัศจรรย์หลายอย่าง ถ้าเราปล่อยเขาไว้อย่างนี้ ทุกคนจะเชื่อเขา แล้วชาวโรมันก็จะมาทำลายทั้งพระวิหารและชนชาติของเรา” คนหนึ่งในที่ประชุมชื่อคายาฟาส เป็นมหาสมณะในปีนั้นกล่าวว่า “ท่านทั้งหลายไม่เข้าใจอะไรเลย ท่านไม่คิดหรือว่า ถ้าคนหนึ่งคนจะตายเพื่อประชาชน จะเป็นประโยชน์มากกว่าที่ชนทั้งชาติจะต้องพินาศไป” เขาไม่ได้พูดเช่นนี้ตามใจตนเอง แต่ในฐานะที่เป็นมหาสมณะในปีนั้น เขาประกาศพระวาจาว่า พระเยซูเจ้าจะต้องสิ้นพระชนม์เพื่อชนทั้งชาติ และไม่ใช่เพื่อชนทั้งชาติเท่านั้น แต่เพื่อจะรวบรวมบรรดาบุตรของพระเจ้าที่กระจัดกระจายอยู่ให้กลับเป็นหนึ่งเดียวกัน ตั้งแต่วันนั้น ที่ประชุมได้ตกลงกันที่จะประหารพระองค์

ดังนั้น พระเยซูเจ้าจึงไม่เสด็จไปที่ใดอย่างเปิดเผยในหมู่ชาวยิวอีกต่อไป แต่เสด็จไปที่เมืองชื่อเอฟราอิม ในเขตแดนใกล้ถิ่นทุรกันดาร และทรงพำนักอยู่ที่นั่นกับบรรดาศิษย์

วันปัสกาของชาวยิวใกล้จะมาถึง ประชาชนจำนวนมากเดินทางจากชนบทขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อชำระตนก่อนวันฉลอง เขาเหล่านั้นเสาะหาพระเยซูเจ้า และขณะที่ยืนอยู่ในพระวิหารก็ถามกันว่า “ท่านทั้งหลายคิดอย่างไร เขาจะมาในวันฉลองหรือไม่”

💒ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า

✨1

“ถ้าเราปล่อยเขาไว้อย่างนี้ ทุกคนจะเชื่อเขา”

ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นว่า บางครั้ง “ความจริง” และ “ความดี”

กลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับบางคน ไม่ใช่เพราะมันไม่ดี

แต่เพราะมันไปกระทบ “อำนาจ” “ผลประโยชน์” หรือ “ความมั่นคง” ที่เขามีอยู่

ชีวิตเราก็เหมือนกัน บางครั้งเราอาจลังเลที่จะทำความดี

หรือไม่กล้ายืนอยู่ข้างความจริง เพราะกลัวจะเสียบางอย่างไป

แต่พระวาจาวันนี้กำลังเตือนเราว่า ความดีที่แท้จริง ไม่ควรถูกหยุด

เพียงเพราะความกลัวของใครบางคน

✨2

“พระเยซูเจ้าจะต้องสิ้นพระชนม์เพื่อชนทั้งชาติ และไม่ใช่เพื่อชนทั้งชาติเท่านั้น

แต่เพื่อจะรวบรวมบรรดาบุตรของพระเจ้าที่กระจัดกระจายอยู่ให้กลับเป็นหนึ่งเดียวกัน”

สิ่งที่มนุษย์คิดว่าเป็น “การกำจัด” พระเจ้ากลับทรงใช้เป็น “แผนการแห่งความรอด”

ความตายของพระเยซูเจ้า ไม่ใช่จุดจบ

แต่คือการเริ่มต้นของการรวมทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ชีวิตเราก็เช่นกัน บางเหตุการณ์ที่ดูเหมือนพัง บางความสูญเสียที่เราไม่เข้าใจ

พระเจ้าอาจกำลังใช้สิ่งนั้น เพื่อสร้างบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า ที่เรายังมองไม่เห็นในตอนนี้

✨3

“ทรงพำนักอยู่ที่นั่นกับบรรดาศิษย์”

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ตึงเครียด พระเยซูเจ้าไม่ได้วิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง

แต่เลือก “อยู่” กับคนของพระองค์ นี่คือภาพของความสัมพันธ์

ที่ไม่ทิ้งกันในเวลายาก ชีวิตเราก็ต้องมี “เอฟราอิม” ของตัวเอง

คือพื้นที่เงียบ ๆ ที่เราได้อยู่กับพระเจ้า และอยู่กับคนที่เดินไปด้วยกัน

เพราะบางครั้ง การหยุดพัก ไม่ใช่การถอยหลัง แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับก้าวต่อไป

✨4

“เขาเหล่านั้นเสาะหาพระเยซูเจ้า”

ผู้คนจำนวนมากกำลัง “ตามหา” พระเยซู แต่คำถามคือ… เขาตามหาเพราะอะไร

บางคนตามหาเพราะความเชื่อ

บางคนตามหาเพราะความสงสัย

บางคนตามหาเพราะอยากเห็นปาฏิหาริย์

ชีวิตเราก็เหมือนกัน เรากำลังแสวงหาพระเจ้า… ด้วยเหตุผลแบบไหน

แค่ในเวลาที่ต้องการ หรือในทุกช่วงของชีวิต

พระวาจาวันนี้ชวนเรา

ไม่ใช่แค่ “ตามหา” พระเจ้า

แต่ให้ “พบ” พระองค์จริง ๆ

และเดินไปกับพระองค์อย่างต่อเนื่อง

✨ปล.

✝อาแมน – สมพรปากเถิด

#นายชุมพาดินแดนพันธสัญญา

#สังฆมณฑลนครสวรรค์

Related Post

เรื่องล่าสุด