ชวนอ่านบทความที่พระคุณเจ้ายอแซฟ บรรจง อารีพรรค เขียนลงอุดมศานต์ ปีที่ 58 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 1978

3 นาที

✨ชวนอ่านบทความที่พระคุณเจ้ายอแซฟ บรรจง อารีพรรค เขียนลงอุดมศานต์ ปีที่ 58 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 1978
🕊️พระนางมารีอา

💝เก็บเรื่องเหล่านี้ไว้ในจิต และรำพึงใคร่ครวญอยู่ในใจ

✒️พระสังฆราชบรรจง อารีพรรค

📜ชื่อเรื่องอาจจะแปลกสักหน่อย แต่สิ่งแปลก ๆ มักเกิดขึ้นในมนุษย์ และเพราะเป็นมนุษย์ จึงมีอะไรแปลก ๆ ผู้ที่คุ้นกับพระคัมภีร์จะจำได้ทันทีว่าข้อความของชื่อเรื่องนี้เอามาจากที่ไหน หลังจากที่คนเลี้ยงแกะได้เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้พระนางมารีอาและนักบุญยอแซฟฟัง จนกระทั่งพวกเขาได้มาพบพระกุมารเยซูและจากไปแล้ว พระนางมารีอาจดจำเรื่องเหล่านั้น นำมาคิด นำมาใคร่ครวญและรำพึง เพื่อทราบว่า พระนางคิดอะไรเพิ่มเติมจากเรื่องต่าง ๆ ที่ได้ยิน ในใจของพระนางเกิดความรู้สึกอะไรขึ้นบ้าง ในเวลานั้นและเวลาต่อ ๆ มา

💫เมื่อพระสงฆ์ หรือ สังฆานุกร เริ่มอ่าน พระวาจา ✝️เราทำสำคัญกางเขนที่หน้าผาก ที่ริมฝีปาก และที่หน้าอก เมื่อเราทำเช่นนั้น เราคิดอะไร เรารู้สึกอะไร เป็นไปได้หรือไม่ว่า เพราะเราไม่คิดอะไร ไม่รู้สึกอะไร เราบางคนไม่ทำเช่นนั้นอีกต่อไป บางคนไม่สู้อยากจะทำ บางคนทำไปแกน ๆ อย่างนั้นเอง บางคนทำไปตามความเคยชินหรือตาม ๆ กันไป แต่ถ้าเราจะคิดว่า เรากำลังจะฟังพระวาจาของพระเป็นเจ้า พระวาจานั้นจะต้องซึมซาบเข้าไปในหัวของเรา ในจิตใจของเรา จะต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ (กางเขนบนหน้าผาก) เมื่อเข้าใจและซึมซาบ ก็จะแสดง ซาบซึ้งในดวงใจ มีความเลื่อมใสในพระวาจา ในองค์พระเป็นเจ้าผู้ประทานพระวาจา เป็นการตอบสนองของดวงใจ (กางเขนที่หน้าอก ที่ดวงใจ) และเมื่อเราซึมซาบในจิตเราซาบซึ้งในดวงใจ โดยอัตโนมัติมันจะออกมาที่ริมฝีปาก (กางเขนที่ริมฝีปาก) เราจะบ่าวประกาศพระวาจานั้น และองค์พระเป็นเจ้า ที่เราเลื่อมศรัทธา อย่างกระตือรือร้น คนเราชอบพูดชอบเล่าให้ใคร ๆ ฟังถึงสิ่งที่ดี ที่งาม ที่ประเสริฐ บุคคลที่เราเลื่อมใส มิใช่หรือ มีกี่คนที่รู้สึกว่า พระวาจาของพระเป็นเจ้าเป็นสิ่งดี ประเสริฐ มีกี่คนที่เลื่อมใสแท้จริงต่อพระเป็นเจ้า มีกี่คนที่นับถือศาสนาจากใจจริง ด้วยความเชื่อมั่นส่วนตัว มิใช่แบบที่ว่า เกิดมาเป็นคริสตังก็ถือไปอย่างนั้นเอง เป็นเรื่องทางสังคมมากกว่า พอห่างบรรยากาศคริสตังก็ไม่เป็นคริสตังเสียแล้ว คริสตังแบบนี้อาจไปวัดทุกอาทิตย์ แก้บาปรับศีลบ่อย ๆ และคิดว่านั่นคือการเป็นคริสตัง ถ้าจะรวมเวลาการไปวัดวันอาทิตย์การแก้บาปรับศีล ก็คงจะได้ราว ๒–๓ ชั่วโมง แต่ตลอดเวลาที่เหลือของอาทิตย์ราว ๑๖๕ ชั่วโมง ความเป็นคริสตังอาจจะไม่มี เช่น ถ้าเราเป็นคนงาน หรือข้าราชการ เขาโกงเวลานายจ้าง เกียจคร้าน ถ้าเขาเป็นนายจ้าง เขาจ่ายค่าแรงถูก ร่ำรวยขึ้นมาด้วยการกินแรงคนงาน ไม่ยุติธรรม ไม่เห็นใจคนงานที่โชคน้อยกว่าเขา เขาก็หลอกขายของเก๊ ของปลอม ถ้าเขาขายของต้องชั่ง เขาก็โกงตาชั่ง เขาขนดินขนหิน เขาขนขาดไปครึ่งค่อนคิว คนแบบนั้นเป็นคริสตังหรือ แม้จะแก้บาปรับศีลบ่อย ๆ และบางทีทำบุญทำทาน ก็ไม่ได้เป็น คริสตังคือผู้ที่ปฏิบัติตามแนวทางชีวิตและคำสอนของพระคริสตเจ้า ขาดการไปวัดแก้บาปรับศีล (ถ้ามีเหตุผล) ก็เป็นคริสตังได้ แต่ถ้าไม่ดำเนินชีวิตตามอุดมการ คริสตังก็เป็นคริสตังไม่ได้ หรือไม่เป็นคริสตัง มีคนเคยถามผมว่า เปลี่ยนศาสนามีบาปไหม ผมตอบว่า ถ้าเห็นว่าศาสนาไหนดีก็เปลี่ยนไปถือได้ตามสบาย ถ้าเลื่อมใสจริง ๆ ก็ถือและถืออย่างจริงจังและจริงใจ ถ้าจะเป็นคริสตังแต่ชื่อ ไม่มีความเลื่อมใสเชื่อมั่น ไม่ปฏิบัติ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเป็นคริสตัง กระไรก็ดี ต้องพยายามศึกษาให้รู้ให้เข้าใจอย่างแท้จริง ต้องศึกษาอย่างลึกซึ้ง

🗺️มองดูคนในโลก มีคนมากมายเพียงใดที่ยังไม่รู้จักพระเป็นเจ้า และผู้ที่รู้จักพระองค์แล้ว มีกี่คนที่พยายามรู้จักพระองค์ดีขึ้น มีกี่คนปฏิบัติตามแนวชีวิตและคำสั่งสอนของพระคริสตเจ้า ดูประเทศของเราเอง สามร้อยกว่าปีแล้วไม่ใช่หรือที่แสงสว่างแห่งพระวรสารได้เข้ามา เจริญก้าวหน้าไปแค่ไหนแล้ว ผมอยากพูดว่า ยังไม่ทันเจริญก็เสื่อมเสียแล้ว อะไรคือต้นเหตุของความล่าช้าหรือการไม่ตอบสนองนี้ เราคงจะเห็นสาเหตุหลายอย่างแต่ที่ผมอยากเน้นในที่นี้ คือชีวิตคริสตัง คริสตังส่วนใหญ่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ในด้านศาสนา ชีวิตคริสตังยังไม่ดำเนินไปตามอุดมการคริสตัง ให้เป็นที่ดึงดูดคนอื่นให้มาสนใจและนับถือ ยิ่งกว่านั้น ในหลายคน หลายโอกาส ชีวิตคริสตังเป็นสิ่งผลักดันให้เขาถอยห่าง หรือประมาทเหยียดหยามเสียอีก ดังที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น มีเด็กคริสตังเคยตั้งคำถามว่า มีศาสนาอยู่มากมาย เราจะพิสูจน์ได้ไหมว่า ศาสนาไหนเป็นศาสนาเที่ยงแท้ เรามีคำตอบสำเร็จรูปหลายคำตอบ และอาจเป็นคำตอบที่ชนะในการโต้เถียง แต่ชนะใจคนหรือเปล่า ไม่แน่นัก บางทีจะไม่ชนะด้วยซ้ำ สิ่งที่จะชนะใจคนมิใช่คำสอนดี ทฤษฎีสูงส่ง แต่เป็นการปฏิบัติ เป็นข่าวจริง เราพูดเองหรือได้ยินพูดว่า เด็กพวกนี้แย่มาก เป็นเด็กคริสตังแท้ แย่กว่าเด็กพุทธเสียอีก พ่อแม่คริสตังเต็มที เอาลูกมาเรียน ไม่ยอมเสียค่าเล่าเรียน หรือกว่าจะเสียได้ต้องทวงแทบแย่ ผู้ปกครองพุทธเขาไม่เคยงอแง เป็นสิ่งที่น่าคิดสำหรับทุกคน และสำหรับคนพูดเอง อะไรหรือใครทำให้เขาเป็นเช่นนั้น เราเห็นได้ดีว่าเป็นเณร เป็นนักบวช (ผมหมายถึงทั้งผู้มีศีลบนและศีลบวช) ชีวิต ความศรัทธาสู้คริสตังธรรมดาไม่ได้ ผมไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ว่า ที่พูดนั้น จริงไม่จริงแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้เราคิด คือ เรื่องชีวิต เรื่องการปฏิบัติเป็นเรื่องสำคัญ สอนอบรมมิใช่ให้รู้ให้เข้าใจ แต่ต้องซึมซาบทั้งลงในจิตในใจและแสดงออกในชีวิตจริง

❗ปัญหาเร่งด่วนจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องช่วยกันทำให้คริสตชน (ทั้งนักบวชและฆราวาส) ได้รับเครื่องหมายกางเขนที่หน้าผากให้ลึก กางเขนที่ริมฝีปากให้ประกาศ โดยเฉพาะประกาศด้วยชีวิต ประกาศพระวาจาที่ฝังลึกอยู่ในจิตและซึ้งอยู่ในใจเขาก่อนแล้ว ผมดีใจที่ชมรมวารสานตื่นตัวมากในเรื่องแพร่ธรรม ต่างสำนึกว่าการแพร่ธรรมไม่ใช่เป็นหน้าที่และสิทธิของนักบวชเท่านั้น แต่เป็นของคริสตังทุกคน แต่การแพร่ธรรมมีสองแง่ คือการแพร่ธรรมแก่ตนเอง และการแพร่ธรรมแก่ผู้อื่น ถ้าท่านพลิกดู “การแพร่พระวรสารในโลกสมัยใหม่” ของพระสันตะปาปา เปาโล ที่ ๖ ข้อที่ ๑๕ ปลายย่อหน้าที่สี่ ท่านจะพบข้อความว่า “พระศาสนจักรจะต้องแพร่พระวรสารแก่ตนเองด้วยการ กลับตัว และ ฟื้นฟู อย่างน่าเชื่อถือ” สิ่งจำเป็นก่อนหมด จึงเป็นการแพร่ธรรมแพร่พระวรสารแก่ตัวเอง ดำเนินชีวิตด้วยการกลับตัวกลับใจอยู่ตลอดเวลา ฟื้นฟูชีวิตไม่หยุดหย่อน การแพร่ธรรมแพร่พระวรสารแก่ผู้อื่นจึงจะได้ผล

🔆เรื่องการแพร่ธรรม แพร่พระวรสารแก่ตนเองนี้ ผมอยากเสนอแสดงความคิดเห็นว่า น่าจะเป็นนโยบายระดับประเทศ ทุกสังฆมณฑลร่วมกันพิจารณา วางแผนและจัดโครงการ ทั้งนี้โดยมีหน่วยงานระดับชาติรับผิดชอบ บางคนอาจจะท้วงติงว่า มีหน่วยอะไรต่อมิอะไรมากมายอยู่แล้ว สมาชิกของแต่ละหน่วยหรือคณะกรรมการก็หาตัวไม่สู้จะได้ บางสังฆมณฑลไม่มีตัวจะให้ด้วยซ้ำไป แต่ผมคิดว่าหน่วยนี้สำคัญที่สุด ชีวิตคริสตังไม่ดีจะแพร่ธรรมได้อย่างไร เราท่านก็ทราบดีว่า เด็กคริสตังของเรา เมื่อพ้นจากโรงเรียนคริสตังไปแล้วไม่มีโอกาสที่จะเรียนรู้หรือพัฒนาเรื่องชีวิตคริสตังมากนัก ถ้าเขาเรียนแค่ ป. ๔ หรือแค่ ป. ๖ หรือแม้แต่จบ ม.ศ. ๓ ก็เถอะ จะได้อะไรไปเท่าไร (เราไม่ต้องพูดถึงเด็กที่ไม่มีโอกาสเรียนในโรงเรียนคริสตัง) ถ้าเขายังจะไปวัดก็ยังได้รับอะไรบ้างหรือมีอะไรเหลืออยู่บ้าง แต่พอหรือสำหรับดำเนินชีวิตคริสตังได้อย่างถูกต้อง และต่อต้านกับหลายสิ่งท้าทายความเลื่อมใส (ถ้ามี) ความเชื่อถือของเขา พอหรือสำหรับไปประกาศแก่ผู้อื่น เราจะปล่อยให้ชาวคริสตังเป็นไปตามบุญตามกรรมเช่นนั้นหรือ ใครสนใจเป็นส่วนตัวขวนขวายหาความรู้ก็ทำไป ที่ไม่สนใจก็เป็นไปตามเรื่อง จริงอยู่เขาไปวัด ได้ฟังเทศน์ แต่เทศน์นั้น (สมมุติว่าดี) จะเหมาะกับ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะหรือ และจะกว้างขวางสักเท่าไร มีการเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจประจำปี แต่เราทำกันทั่วถึงหรือ และทำในลักษณะที่เหมาะสมกับทุกคนหรือ เรามีคณะต่าง ๆ แต่เป็นคนกลุ่มน้อยเท่านั้น

💫ดูเหมือนเคยมีกลุ่มแพร่ธรรมระดับชาติ ไม่แน่ใจว่าเป็นกลุ่มแพร่ธรรมในลักษณะใด แพร่ธรรมแก่ตนเองหรือแก่ผู้อื่นหรือทั้งสอง แต่ที่แน่ใจก็คือ เวลานี้ไม่ได้ดำเนินงาน ดูเหมือนเป็นเพราะขาดคน น่าเสียดาย ตั้งแต่เปลี่ยนการปกครองมาประเทศไทยเรามีรัฐธรรมนูญหลายสิบฉบับ รัฐบาลหลายสิบ ทำไมจึงมีการปฏิวัติเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ขจัดสิ่งเลวร้าย สร้างสรรค์สิ่งดีงาม ครั้งแล้วครั้งเล่าก็เหตุผลอันเดียวกัน ส่วนพระศาสนจักรของเรา พระศาสนาของเรา ก็ต้องการทำให้ดีขึ้น ธรรมนูญเรามีอยู่แล้ว ธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบ พระคัมภีร์ ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องการบุคคลที่ปฏิบัติตามธรรมนูญนั้น สังคมก็จะดีขึ้น ความสุขก็จะมี สันติภาพที่ทุกคนปรารถนาก็จะเกิดขึ้น

📜ท่านผู้อ่านที่รัก ผมเขียนเพื่อเชื้อเชิญท่านให้คิดในจิต รำพึงใคร่ครวญและเกิดการตอบสนองในใจ และมีผลในชีวิต ผู้จัดทำหนังสือ “แสงธรรมปริทัศน์” ได้ขอให้ผมเขียนบทความ จะเขียนจากประสบการณ์ จากชีวิตสังฆราช มองปัญหาต่าง ๆ ความดี อุปสรรค ฯลฯ ในสังฆมณฑล แต่สิ่งที่ผมเขียนอาจจะไม่ใช่อย่างที่เขาขอ กระไรก็ดีมันเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในจิต รู้สึกอยู่ในใจของผมบางทีตั้งแต่เป็นฆราวาสอยู่ เมื่อเป็นเณร เมื่อเป็นสงฆ์ อาจจะเป็นการดีที่จะนำมาแบ่งปันกับท่านผู้อ่าน พระเป็นเจ้าประทานสติปัญญาให้ คิด ประทานใจให้ตอบสนอง ให้รัก ตาของคนเรา ถ้าคิดในแง่ทางสรีรศาสตร์ ก็เหมือนกับตาสัตว์ทั้งหลาย สัตว์หลายจำพวกยังมีตาดีกว่าคนเสียอีก แต่คนมีปัญญา ตาของคนเราจึงมองได้ไกลกว่าสัตว์ มองได้ลึกกว่าสัตว์ มองไปไกลในอดีตทำให้ฉลาดขึ้น มองไปไกลในอนาคตทำให้วางแผนได้ ตาของเรามองเห็นผู้คนอยู่ทุกวัน เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ไม่วายเว้นแต่ละเวลา เราคิดอะไร เรารู้สึกอย่างไร เราเห็นสังคมที่วุ่นวาย เห็นความเน่าเฟะของสังคม เห็นความอยุติธรรม เห็นความไม่เสมอภาคของชีวิตคน มองเห็นเด็ก ๆ หลายคนไม่มีอนาคต โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในชนบท เด็ก ๆ ในหมู่ชาวเขา เราคิดอย่างไรเกี่ยวกับเขาเหล่านั้น บางครั้งบางคราวเราจัดเสื้อผ้า ผ้าห่ม ของใช้ ฯลฯ ไปแจกจ่าย พอหรือ?

🌿ผมอยากพบ ผมอยากมี ผมอยากรวมกลุ่มชายหนุ่มหญิงสาวที่มีใจเสียสละ มีความกระตือรือร้น ที่จะช่วยชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นทุก ๆ ด้าน อย่างน้อยให้มีความเป็นอยู่อย่างคน มีกินมีใช้สมเป็นคน ชายหนุ่มหญิงสาวเหล่านั้นจะต้องมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง ทำมาหาเลี้ยงตัวอย่างชาวบ้านธรรมดา อาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเขา แล้วใช้ปัญญาความสามารถ (ที่เผอิญโชคดีได้มีโอกาสพัฒนามากกว่า) ช่วยเหลือชาวบ้าน และในการดำเนินชีวิตทำมาหากินอย่างชาวบ้านและกับชาวบ้านที่เป็นชาวไทยภูเขา จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาของเขา จึงจะสามารถอยู่กับเขา เข้าใจเขาและร่วมพัฒนากับเขาได้ เป็นการเสียสละยิ่งใหญ่แน่นอน แต่พระเยซูเจ้าก็เชิญชวนเรามิใช่หรือ เป็นการท้าทายเราคริสตชนใช่หรือไม่ เราเคยเห็นหนุ่มสาวชาวอเมริกันเป็นอาสาสมัครทำงานด้านต่าง ๆ รวมทั้งด้านศาสนาด้วย บางพวกต้องเรียนภาษาท้องถิ่นก่อน เพื่อว่าเมื่อไปถึงที่นั้นแล้วจะได้ทำงานได้ทันที เขาเหล่านั้นมาทำงานเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ลงทุนเรียนภาษา ผมแน่ใจว่ามีหนุ่มสาวของเราที่มีใจเสียสละที่จะทำงานอย่างที่ผมบอกมาข้างต้น จะยังไม่บอกรายละเอียดในที่นี้ เมื่อผู้สนใจ ผมจะได้พบปะ คุยด้วย เพื่อปรึกษากันถึงรายละเอียด ทุกอย่างจะเป็นไปในรูปยืดหยุ่นได้มากที่สุด เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์และความต้องการของชาวบ้าน เวลาเราอาจมีไม่มาก เราควรเร่งรัด พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ข้าพเจ้าต้องทำงานของผู้ที่ทรงใช้ข้าพเจ้ามา ขณะที่ยังเป็นกลางวันอยู่ กลางคืนกำลังมาถึง เวลานั้นไม่มีใครทำงานได้” (ยอห์น ๙,๔) ในประเทศไทยที่รักของเรายังเป็นกลางวันอยู่เป็นส่วนใหญ่ ให้เรารีบกันเถอะ ประเดี๋ยวกลางคืนมาถึงเหมือนที่บ้านอื่นเขา เราจะทำงานอะไรกันไม่ได้อีก

🌿ท่านผู้อ่านที่รัก กรุณาอย่าคิดว่าเราคริสตชนกลุ่มน้อยนิดเดียว เรากลุ่มเล็กก็จริง แม้เพียงแค่กลุ่มผู้อ่าน ถ้าเราช่วยกันคนละไม้คนละมือ กับพระหัตถ์ของพระบิดาผู้ทรงพระเมตตา เราจะทำอะไรได้มากทีเดียว ถ้าแต่ละคนพยายามจุดเทียนคนละเล่ม คงจะทำให้สังคมสว่างไม่น้อย ถ้างานแต่ละคนเป็นเทียน เราคงพอจะพากันข้ามเป็นร้อยเป็นพันไปตามทางที่ปลอดภัยและนำไปสู่จุดสุขอันแท้จริงได้.

จิต ที่ คิด

และ

💝ใจ ที่ รัก

คือ ลักษณะของ คน

✝️

Related Post

เรื่องล่าสุด