วันจันทร์สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต (ปี A)
📖บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น
(ยน 8:1-11)
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระองค์เสด็จไปในพระวิหารอีก ประชาชนเข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ประทับนั่ง แล้วทรงเริ่มสั่งสอน บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนำหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง แล้วทูลถามพระองค์ว่า “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” เขาถามพระองค์เช่นนี้ เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุปรักปรำพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อยๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”
ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า![]()
ในเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นหัวใจของ พระเยซูคริสต์ อย่างชัดเจน
ไม่ใช่แค่เรื่องของ “บาป” แต่คือ “โอกาส + ความเมตตา + การเริ่มต้นใหม่”
1
“ในสนามของชีวิต สิ่งที่สำคัญที่เราทุกคนอยากได้รับคือ “โอกาส” พระเยซูเจ้า เป็นต้นแบบของผู้ที่ให้โอกาสเสมอ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะผิดพลาดขนาดไหน บาปหนักเท่าไร หรือเจ็บปวดจากอะไรมา … พระองค์มีโอกาส ให้เรา เริ่มต้นใหม่เสมอ
2
สิ่งสำคัญคือ “ทิ้งอดีตไว้เป็นบทเรียนอันมีค่า” แล้วเริ่มต้น เป็นคนบาปที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เปลี่ยนแปลงตนเอง จนสามารถช่วยคนอื่นต่อไปได้
3
“ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรก” ประโยคนี้ ไม่ได้หยุดแค่คนในเหตุการณ์นั้น แต่มันย้อนกลับมาถึง “เรา” ทุกคน หลายครั้งในชีวิต เราอาจไม่ได้หยิบหินจริง ๆ แต่เรา “ทุ่มหินด้วยคำพูด” “ตัดสินด้วยสายตา” “ซ้ำเติมด้วยความคิด” พระเยซูเจ้าไม่ได้ปฏิเสธความถูกต้อง แต่ทรงเตือนว่า “ก่อนจะมองคนอื่น…ให้มองตัวเองก่อน”
4
“เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และอย่าทำบาปอีก” … นี่คือความสมดุลที่งดงามที่สุดของพระเจ้า ไม่ประณาม…แต่ก็ไม่ปล่อยให้เหมือนเดิม ความเมตตาที่แท้จริง ไม่ใช่การบอกว่า “ไม่เป็นไร ทำต่อไปได้”
แต่คือการให้โอกาส…เพื่อ “เปลี่ยนชีวิต” ชีวิตคริสตชนจึงไม่ใช่ คนที่ไม่เคยล้ม แต่คือคนที่ “ล้มแล้วลุก” และ “ลุกแล้วเปลี่ยน”
ปล.
