วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน

< 1 นาที

✨คริสตวจนะ วาทะพระเจ้า วันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2026

🕊️วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา (ปีคู่)

📜บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิว (มธ 8:5-17)

 ⏳เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้าเมืองคาเปอรนาอุม นายร้อยคนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระองค์ ทูลอ้อนวอนว่า “พระองค์เจ้าข้า ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าเป็นอัมพาตนอนอยู่ที่บ้าน ต้องทรมานอย่างสาหัส” พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “เราจะไปรักษาเขาให้หาย” แต่นายร้อยทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่สมควรให้พระองค์เสด็จเข้ามาในบ้านของข้าพเจ้า แต่ขอพระองค์ตรัสเพียงคำเดียวเท่านั้น ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหายจากโรค ข้าพเจ้าเป็นคนอยู่ใต้บังคับบัญชา แต่ยังมีทหารอยู่ใต้บังคับบัญชาด้วย ข้าพเจ้าสั่งทหารคนนี้ว่า ‘ไป’ เขาก็ไป สั่งอีกคนหนึ่งว่า ‘มา’ เขาก็มา ข้าพเจ้าสั่งผู้รับใช้ว่า ‘ทำนี่’ เขาก็ทำ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงได้ยินเช่นนี้ทรงประหลาดพระทัย จึงตรัสแก่บรรดาผู้ติดตามว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เรายังไม่เคยพบใครมีความเชื่อมากเช่นนี้ในอิสราเอลเลย เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนจำนวนมากจะมาจากทิศตะวันออกและตะวันตก และจะนั่งร่วมโต๊ะกับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ ในอาณาจักรสวรรค์ แต่บุตรแห่งอาณาจักรจะถูกขับไล่ออกไปในที่มืดข้างนอก ที่นั่นจะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญ และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง” แล้วพระเยซูเจ้าจึงตรัสกับนายร้อยว่า “จงไปเถิด จงเป็นไปตามที่ท่านเชื่อนั้นเถิด” ผู้รับใช้ของเขาก็หายจากโรคในเวลานั้นเอง

 🛖เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในบ้านของเปโตร ทรงเห็นมารดาของภรรยาเปโตรนอนป่วยเป็นไข้ พระองค์จึงทรงจับมือนาง นางก็หายไข้ ลุกขึ้นและปรนนิบัติรับใช้พระองค์

 🌤️เย็นวันนั้น ประชาชนนำผู้ถูกปีศาจสิงจำนวนมากมาเฝ้าพระองค์ พระองค์ทรงขับปีศาจเหล่านี้ออกไปด้วยพระวาจา และทรงบำบัดรักษาผู้ป่วยทุกคน เพื่อให้พระวาจาที่ได้ตรัสไว้ทางประกาศกอิสยาห์เป็นความจริงว่า พระองค์ทรงรับเอาความอ่อนแอของเราไว้ และทรงแบกความเจ็บป่วยของเรา

⛪ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า

1

🛌🏻พระองค์เจ้าข้า ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าเป็นอัมพาตนอนอยู่ที่บ้าน ต้องทรมานอย่างสาหัส

เราเห็นรูปแบบเอ็มพาทีแบบคริสตชนจากนายร้อยคนนี้ เขาไม่ได้มาหาพระเยซูเจ้าเพราะตนเองเจ็บป่วย แต่เพราะผู้รับใช้ของเขากำลังทรมาน เขามองเห็นความทุกข์ของคนที่อยู่ใต้การดูแลของเขา และไม่ปล่อยให้ความทุกข์นั้นเป็นเรื่องของคนอื่น นี่คือหัวใจสำคัญของเอ็มพาที ไม่ใช่แค่รู้สึกสงสาร แต่ลุกขึ้นทำบางอย่างเพื่อคนที่กำลังเจ็บปวด ความเชื่อของนายร้อยจึงเริ่มจากหัวใจที่มองเห็นมนุษย์อีกคนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะผู้รับใช้เท่านั้น แต่ในฐานะคนที่มีคุณค่าและสมควรได้รับความเมตตา

🌿2

🛖ข้าพเจ้าไม่สมควรให้พระองค์เสด็จเข้ามาในบ้านของข้าพเจ้า

คำพูดนี้เป็นถ้อยคำของคนถ่อมตน นายร้อยเป็นคนมีอำนาจ มีคนอยู่ใต้บังคับบัญชา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพระเยซูเจ้า เขากลับไม่ยกตนเองขึ้น ไม่อ้างตำแหน่ง ไม่ใช้สิทธิ์ของตนเรียกร้องพระเจ้า เขารู้ว่า ตนเองไม่สมควร แต่ก็ยังกล้าเข้ามาหาพระเยซูเจ้า เพราะความรักที่มีต่อผู้รับใช้ของเขา ความถ่อมตนแบบนี้ทำให้เราเห็นว่า คนที่มีอำนาจจริง ไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจเสมอไป แต่รู้จักก้มลง รู้จักขอ และรู้จักวางใจในพระเจ้า

🌿3

✒️ขอพระองค์ตรัสเพียงคำเดียวเท่านั้น ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหายจากโรค

ประโยคนี้กลายเป็นถ้อยคำที่พระศาสนจักรนำมาใช้ก่อนรับศีลมหาสนิท เพราะเป็นถ้อยคำของความเชื่อที่ลึกมาก นายร้อยเชื่อว่า พระวาจาของพระเยซูเจ้ามีพลังเพียงพอ เขาไม่จำเป็นต้องเห็นทุกขั้นตอน ไม่จำเป็นต้องควบคุมวิธีการรักษา ไม่จำเป็นต้องให้พระเยซูเจ้าเสด็จไปถึงบ้านด้วยซ้ำ ขอเพียงพระองค์ตรัส ทุกอย่างก็เปลี่ยนได้ นี่คือความเชื่อที่วางใจในพระวาจา เชื่อว่าพระเจ้าทรงทำงานได้ แม้ในที่ที่เรามองไม่เห็น และแม้ในเวลาที่เราควบคุมอะไรไม่ได้เลย

🌿4

💖จงไปเถิด จงเป็นไปตามที่ท่านเชื่อนั้นเถิด

🪽พระเยซูเจ้าทรงตอบความเชื่อของนายร้อยด้วยพระวาจาที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง “จงเป็นไปตามที่ท่านเชื่อนั้นเถิด” ผู้รับใช้ก็หายจากโรคในเวลานั้นเอง พระวาจานี้เตือนเราว่า ความเชื่อไม่ใช่เพียงความคิดในใจ แต่เป็นพลังที่พาเราเข้าไปหาพระเจ้า พาเราอ้อนวอนเพื่อผู้อื่น และพาเราเชื่อว่า พระเมตตาของพระองค์ทำงานได้จริง นายร้อยสอนเราว่า ความเชื่อแท้ไม่เห็นแก่ตนเองเท่านั้น แต่เป็นความเชื่อที่แบกความทุกข์ของผู้อื่นไปวางต่อหน้าพระเยซูเจ้า

✒️ปล.

🌻พระเยซูเจ้าสถิตในเรา ตลอดกาลนิรันดร์🕊️

#นายชุมพาดินแดนพันธสัญญา

#สังฆมณฑลนครสวรรค์

Related Post

เรื่องล่าสุด