✨คริสตวจนะ วาทะพระเจ้า วันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2026
🕊️วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา (ปีคู่)
📜บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิว (มธ 7:21-29)
⏳เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “คนที่กล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า’ นั้น มิใช่ทุกคนจะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์นั่นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้ ในวันนั้นหลายคนจะกล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ประกาศพระวาจาในพระนามของพระองค์ ขับไล่ปีศาจในพระนามของพระองค์ และได้กระทำอัศจรรย์หลายประการในพระนามของพระองค์มิใช่หรือ’ เมื่อนั้น เราจะกล่าวแก่เขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักท่านทั้งหลายเลย ท่านผู้กระทำความชั่ว จงไปให้พ้นหน้าเรา’
💬ผู้ใดฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเราและปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนมีปัญญาที่สร้างบ้านไว้บนหิน ฝนจะตก น้ำจะไหลเชี่ยว ลมจะพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้นบ้านก็ไม่พัง เพราะมีรากฐานอยู่บนหิน ผู้ใดที่ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเรา และไม่ปฏิบัติตามก็เปรียบเสมือนคนโง่เขลาที่สร้างบ้านไว้บนทราย เมื่อฝนตก น้ำไหลเชี่ยว ลมพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น มันก็พังทลายลงและเสียหายมาก”
🪽 เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสถ้อยคำเหล่านี้จบแล้ว ประชาชนต่างพิศวงในคำสั่งสอนของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสอนเขาอย่างผู้มีอำนาจ ไม่ใช่สอนเหมือนบรรดาธรรมาจารย์ของเขา
⛪ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า
🌿1
มิใช่ทุกคนจะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์
ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า” จะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ คำพูดนี้เตือนเราอย่างดี เพราะบางครั้งคนเราอาจคิดว่า แค่พูดถึงพระเจ้า แค่ทำกิจกรรมศาสนา มาวัดมาวา แค่มีภาพลักษณ์ดี ๆ ก็พอแล้ว แต่พระเยซูเจ้าทรงมองลึกกว่านั้น พระองค์ไม่ได้ดูเพียงถ้อยคำที่เราพูด แต่ทรงมองชีวิตที่เราดำเนินอยู่ ความเชื่อที่แท้จึงไม่ใช่เพียงการออกเสียงเรียกพระเจ้า แต่คือการยอมให้พระองค์เปลี่ยนหัวใจของเรา และเอาใจใส่รักคนอื่นด้วยกิจการ
🌿2
แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดา
คนที่จะเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ คือผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดา ประโยคนี้ทำให้เราเห็นว่า ความเชื่อไม่อาจหยุดอยู่แค่ความรู้สึกเท่านั้น หรือคำภาวนาที่สวยงาม แต่ต้องกลายเป็นชีวิตจริง พระประสงค์ของพระบิดา อาจเริ่มจากเรื่องธรรมดามาก เช่น ซื่อสัตย์ในหน้าที่ ให้อภัยคนที่ทำให้เราเจ็บ ช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่เอาเปรียบใคร และทำความดีแม้ไม่มีใครเห็น การทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรานี่เอง
🌿3
คนมีปัญญาที่สร้างบ้านไว้บนหิน
พระเยซูเจ้าทรงเปรียบคนที่ฟังพระวาจาและปฏิบัติตามว่า เป็นคนมีปัญญาที่สร้างบ้านไว้บนหิน ฝนจะตก น้ำจะไหลเชี่ยว ลมจะพัดแรง บ้านก็ไม่พัง เพราะมีรากฐานมั่นคง ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้ารากฐานอยู่บนพระวาจา อยู่บนความเชื่อ อยู่บนความรัก อยู่บนความจริง แม้ชีวิตจะมีปัญหา มีความทุกข์ มีเรื่องไม่คาดคิด เราก็ยังยืนอยู่ได้ ไม่ใช่เพราะเราเข้มแข็งกว่าคนอื่น แต่เพราะเรามีพระเจ้าเป็นรากฐานของชีวิต
🌿4
ไม่ใช่สอนเหมือนบรรดาธรรมาจารย์ของเขา
ประชาชนพิศวงในคำสั่งสอนของพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์ทรงสอนอย่างผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เพียงท่องคำสอนหรืออ้างตำรา แต่พระองค์ทรงสอนจากชีวิตของพระองค์เอง พระวาจาของพระองค์มีน้ำหนัก เพราะพระองค์เป็นความจริง เป็นทาง และเป็นชีวิต สำหรับเราคริสตชน การพูดเรื่องพระเจ้าให้คนเชื่อ จึงไม่ใช่แค่พูดให้ดี แต่ต้องดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่พูดด้วย คนฟังอาจจำคำพูดของเราไม่ได้ทั้งหมด แต่เขาจะจำได้ว่า ชีวิตของเราทำให้เขาเห็นพระเจ้าหรือไม่

✒️ปล.
🌻พระเยซูเจ้าสถิตในเรา ตลอดกาลนิรันดร์🕊️
