✨ นักบุญเปาโล ที่ 6 พระสันตะปาปา
🔆(Pope St. Paul VI ค.ศ. 1963-1978)
🕊️สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 มีนามเดิมว่า โจวันนี บัตติสตา มอนตีนี (Giovanni Battista Montini) ประสูติเมื่อ 26 กันยายน ค.ศ. 1897 ณ เมืองกอนเซชีโอ จังหวัดเบรชชา ประเทศอิตาลี ในครอบครัวชนชั้นกลางที่มีความกระตือรือร้นทางการเมืองและยึดมั่นในศาสนา บิดาเป็นทนายความและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คาทอลิก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมให้มอนตีนีมีความสนใจในด้านสังคมและสื่อสารมวลชนมาตั้งแต่เยาว์วัย แม้จะมีปัญหาด้านสุขภาพที่ค่อนข้างอ่อนแอจนต้องแยกมาศึกษาที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่ท่านก็สามารถสำเร็จการศึกษาและรับศีลบรรพชาเป็นพระสงฆ์ได้ในปี 1920
🍃ชีวิตการทำงานของมอนตีนีส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับงานบริหารในส่วนกลางของศาสนจักร โดยท่านได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในสำนักเลขาธิการแห่งรัฐวาติกัน (เทียบเท่าสำนักนายกรัฐมนตรี) นานกว่า 30 ปี ภายใต้สมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 11 และปิอุสที่ 12 ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ท่านมีบทบาทโดดเด่นในการประสานงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและเชลยศึก ต่อมาในปี 1954 ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นอัครมุขนายกแห่งมิลาน ซึ่งเป็นสังฆมณฑลที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ที่นั่นท่านแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์สมัยใหม่ด้วยการเข้าหากลุ่มผู้ใช้แรงงานและปัญญาชน จนได้รับสมญาว่า “มุขนายกของคนงาน”
✨ในปี 1963 เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 สิ้นพระชนม์ลงท่ามกลางกระแสการปฏิรูปจากการสังคายนาวาติกันครั้งที่สอง ที่ยังไม่เสร็จสิ้น ที่ประชุมคณะพระคาร์ดินัลในปีนั้น จึงเล็งเห็นว่าพระคาร์ดินัลมอนตีนีคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการสานต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ ท่านได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาและเลือกใช้พระนามว่า “ปอลที่ 6” เพื่อสื่อถึงการเน้นพันธกิจทางด้านการประกาศข่าวดีเหมือนนักบุญเปาโลอัครทูต
⛪สมณสมัย
🌿สมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ศาสนจักรคาทอลิก บทบาทที่โดดเด่นที่สุดคือการสานต่อและปิดการประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่สองในปี 1965 ซึ่งนำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างและพิธีกรรมทางศาสนาครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากการใช้ภาษาละตินมาเป็นภาษาท้องถิ่นในพิธีมิสซา เพื่อให้สัตบุรุษทั่วโลกสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมในความเชื่อได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทรงริเริ่มนโยบาย “ออสโพลิติก” (Ostpolitik) เพื่อเปิดการเจรจากับกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก เพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพของชาวคริสต์ที่อยู่หลังม่านเหล็ก[1]
🌿ในด้านการต่างประเทศ พระองค์ทรงเป็น “พระสันตะปาปานักจาริก” พระองค์แรกที่เสด็จเยือนห้าทวีปทั่วโลก รวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในปี 1965 เพื่อเรียกร้องสันติภาพโลกอย่างเป็นทางการ และการพบปะกับพระอัครบิดรอะเทนากอรัสที่ 1 แห่งกรีกออร์ทอดอกซ์ ณ กรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกคำประกาศตัดขาดจากพระศาสนจักรที่ยืดเยื้อมานานเกือบพันปี[2] อย่างไรก็ตาม พระองค์ต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อทรงออกสมณสาส์น Humanae Vitae ในปี 1968 ที่ยืนยันหลักการต่อต้านการคุมกำเนิดประดิษฐ์ ท่ามกลางยุคสมัยที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การปฏิวัติทางเพศ
🌿ในช่วงบั้นปลายพระชนม์ชีพ พระองค์ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจากเหตุการณ์ลักพาตัวและสังหาร อัลโด โมโร อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลีซึ่งเป็นสหายสนิทโดยกลุ่มเรดบริเกดในปี 1978 เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของพระองค์อย่างรุนแรงจนเห็นได้ชัดในพิธีศพของโมโรที่พระองค์ทรงดูอ่อนล้าและโศกเศร้าอย่างยิ่ง ท่ามกลางพระพลานามัยที่ทรุดโทรมลงจากโรคข้ออักเสบสะสม ในที่สุด สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ได้สิ้นพระชนม์ลงอย่างสงบจากอาการหัวใจวายเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1978 ณ พระราชวังฤดูร้อนกัสเตล กันดอลโฟ
🕊️สถาปนาเป็นนักบุญ
⏳14 ตุลาคม 2018 สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ทรงได้รับการประกาศเป็น “นักบุญ” อย่างสมบูรณ์โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร กระบวนการนี้เริ่มต้นจากการประกาศเป็นบุญราศีในปี 2014 หลังจากมีการรับรองอัศจรรย์แรกเกี่ยวกับการรักษาทารกในครรภ์ที่เผชิญกับภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในสมณสาส์น Humanae Vitae ที่ทรงปกป้องชีวิตมนุษย์ และต่อมาได้รับการรับรองอัศจรรย์ที่สองในการรักษาทารกอีกรายอย่างเหนือธรรมชาติในปี 2018 จนนำไปสู่การจารึกพระนามในสารบบนักบุญ✝️
