วันที่ 7 เมษายน ฉลองนักบุญยอห์น บัปติส เดอ ลาซาล

2 นาที

ฉลองนักบุญยอห์น บัปติส เดอ ลาซาล ขอบคุณที่ได้เป็นหนึ่งในชาวลาซาล

🎊เรียบเรียงโดย … สิงห์ร้าย , ลซ. 25854

✨ภาพจำของเราที่เป็นศิษย์เก่าลาซาล … เณรในสมัยนั้นเรียนที่โรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์ วันที่ 7 เมษายน จะอยู่ในช่วงที่พวกเราเรียนซัมเมอร์ ถือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญมาก ๆ ของชาวลาซาล (พิธีกรมักใช้คำนี้ … ชาวลาซาล) ผมยังจำได้ว่า เณรสองบ้านทั้งจอห์น ปอล และยุวนิส เดอลาซาล จะอยู่หน้าแถวนักเรียน หน้าอนุสาวรีย์นักบุญยอห์นฯ เพื่อขับร้องบทเพลง …. “เชิญเถิดเชิญมาชาวเราอย่าช้า สรรเสริญนักบุญยอห์นเดอลาซาล” แปลงเนื้อมาจาก เพลง“นมัสการ” เพลงเริ่มพิธีในมิสซา … จากนั้นก็เป็นพิธีถวายพวงมาลา … นี่เป็นความทรงจำครับ แบบ Once Lasalle Always Lasalle … ผมจึงเชิญชวนให้ไตร่ตรองชีวิตและภารกิจของชาวลาซาลร่วมกัน ด้วยพระวาจาที่ว่า พระเยซูเจ้าและเด็กเล็ก ๆ (มก ๑๐ : ๑๓-๑๖)

 (13)มีผู้นำเด็กเล็ก ๆ มาเฝ้าพระเยซูเจ้าเพื่อทรงสัมผัสอวยพร แต่บรรดาศิษย์กลับดุว่าคนเหล่านั้น  (14)เมื่อทรงเห็นเช่นนี้ พระองค์กริ้ว ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ปล่อยให้เด็กเล็ก ๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้  (15)เราบอกความจริงกับท่านว่า ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็ก ๆ เขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย”  (16)แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์และประทานพระพร

🪽1

ลักษณะของความเป็นเด็กเล็กๆ เป็นเรื่องที่พระเยซูเจ้าได้เปรียบเทียบให้สูงส่ง ว่า “อาณาจักรสวรรค์เป็นของคนที่เหมือนกับเด็กเล็กๆ” … พระวรสารตอนนี้ถ้าเรามองดู อาจจะตำหนิบรรดาศิษย์ที่ทำไมไม่ยอมให้เด็กๆ เข้ามาหาพระเยซูเจ้า แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พระเยซูเจ้ากำลังจะเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อจะไปรับทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน … บรรดาศิษย์จึงคิดเอาเองว่า พระเยซูเจ้าอาจจะเครียด ไม่อยากให้ใครมารบกวน … แต่พระเยซูเจ้ากลับทรงกริ้วที่บรรดาศิษย์ไม่ยอมให้เด็กๆ มาหาพระเยซูเจ้า …..

        ผมเล่าเรื่องแรงบันดาลใจ การอุทิศตนและเรื่องราวชีวิตของนักบุญยอห์น บัปติส เดอ ลาซาล … เรามองภาพพระวรสารแล้วเทียบเคียงกับชีวิตของนักบุญยอห์น เดอ ลาซาล เหมือนกับที่บรรดาศิษย์ในพระวรสาร ไม่ยอมให้เด็กๆ เข้ามาหาพระเยซูเจ้า … นักบุญยอห์น เดอ ลาซาล พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เด็กๆ เข้ามาดำเนินชีวิตท่ามกลาง “ความรัก” ของพระเยซูเจ้า ในแบบของท่าน

🪽2

commitment … คือการอุทิศตน นักบุญยอห์น เดอ ลาซาล เป็นแบบอย่างของการอุทิศตน ท่านทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตของท่าน จากคนร่ำรวยในตระกูลสูง มีทั้งความสามารถ ความฉลาด ตำแหน่งการงานที่มั่นคง กลับกลายเป็นท่านสละสิ่งต่างๆ เหล่านี้ และอุทิศตนเองเพื่อการปฏิรูปการศึกษาของฝรั่งเศสในสมัยนั้น …. หนังสือประวัติศาสตร์ ม.3 เขียนเรื่องราวของ ศต.17 ว่าเป็น ยุคที่มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม … ระบบการศึกษาของฝรั่งเศส ไม่ได้มีไว้ให้กับทุกคนแต่ถูกสงวนไว้ให้เฉพาะบางกลุ่ม บางคนเท่านั้น … และบางกลุ่ม บางคนนั้นก็คือ ผู้ที่มีเงิน มีเงินเท่านั้นจึงสามารถจ้างครูมาทำการสอน …. ท่านจึงร่วมก่อตั้งโรงเรียนสำหรับการกุศล ปัญหาในตอนนั้นคือไม่มีเงินจ้างครูทำการสอน ท่านก็ใช้เงินของท่านนี่แหละจ้างครูเพื่อทำการสอน  จากนั้นจึงตั้งคณะนักบวชหนึ่งเพื่อทำงานด้านการศึกษา และสอนให้บรรดานักบวชในคณะนั้น อุทิศตนเพื่อนำเด็กๆ เข้ามาหาพระเยซูเจ้า …. คณะนี้คือ “คณะภราดาแห่งโรงเรียนคริสตังค์” หรือคณะลาซาล …คณะลาซาลเกิดขึ้นในช่วงที่มีปัญหาเลื่อมล้ำทางสังคมที่มีปัญหาชนชั้น ความไม่เสมอภาค และปัญหาความยากจน … และจิตตารมณ์แห่งการอุทิศตนตนนี่แหละที่เป็นแบบอย่างให้บรรดานักบวชในคณะได้เลียนแบบ …

🪽3

สมัยที่ผมเรียนที่นี่มีโอกาสได้เรียนคำสอนกับ บร.วิกต์ตอกิล โมโน้ส ผมเรียนพระคัมภีร์เล่มสุดท้าย คือหนังสือวิวรณ์ บราเดอร์ก็มักจะเล่าประสบการณ์ที่ท่านเปิดโรงเรียนกองขยะ (ศูนย์เด็กเล็ก) การเปิดบ้านลาซาล การเข้าไปในตลาดริมน้ำ พาเด็กๆ ที่วิ่งเล่นมาเรียนหนังสือ โดยที่ไม่ได้คำนึงเขาจะมีเงินหรือไม่มี เพียงแต่สิ่งที่บราเดอร์คิดเสมอคือคำนี้ที่พระเยซูเจ้าบอก “ให้เด็กๆ มาหาเราเถิด” จึงเป็นแรงบันดาลใจในการอุทิศตน …. ไม่กี่ปีท่านก็เปิดโรงเรียนไม่ไผ่ที่สังขละบุรี … ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสได้มาร่วมครบรอบการปฏิญาณของ บราเดอร์วิกตอร์ … ผู้ใหญ่ของคณะท่านหนึ่งได้กล่าวคำขอบคุณแด่บราเดอร์วิกตอร์ และเป็นคำที่ผมจำได้ถึงวันนี้คือคำว่า “CHAMPIAN OF THE POOR” แชมป์เปี่ยนแห่งคนยากจน ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นอุทิศตนที่ยอดเยี่ยม…. เหล่านี้เป็นการอุทิศตนที่บรรดาสมาชิกได้เลียนแบบอย่างจากชีวิตของท่านนักบุญยอห์น … แบบอย่างของการอุทิศตน (การให้) ที่ยิ่งใหญ่ COMMITMENT ที่ยิ่งใหญ่มาจากพระเยซูเจ้า ที่พระองค์ให้ชีวิตทั้งครบแด่ผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ชายขอบ ยากจน ตกทุกข์ได้ยาก ภาวะลำบาก …. ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราพบเห็นเสมอในบรรดาสมาชิกคณะลาซาล

🪽4

ยุคนี้เราอาจจะเจอรูปแบบของเด็กหลากหลายรูปแบบ ที่อาจจะทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่ได้คาดคิด แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นเด็กแบบไหน สภาวะแห่งชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีสิทธิได้รับการปกมือจากพระเยซูเจ้า อย่าเอาเงื่อนไขของเงินมาตัดสินการได้รับความรัก และการศึกษา … ทุกคนมีสิทธิที่จะได้เรียนรู้ความรักของพระเยซูเจ้า …. ทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาเพื่อกลมเกลาจิตใจของเขา … ดังนั้นขอแบบอย่างของพระวาจาของพระเจ้า ให้เราได้เลียนแบบอย่าง ถ้าเป็นครู ผู้บริหาร ผู้ทำหน้าที่สอน ได้อุทิศตน เห็นแก่เด็กก่อน เห็นแก่เงินหรืออาสมิสสินจ้าง เห็นแก่ความรัก มากกว่าความเกลียดชัง เห็นแก่ความจริงจังในการทำงานอย่างเต็มที่ มากกว่าทำไปวันๆ หรือเพื่อรอวันสิ้นเดือน … สำหรับน้องๆ เด็กๆ ทั้งหลาย ขอให้มีจิตใจสุภาพถ่อมตน มีความวางใจ มีความรัก ความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ ผู้มีพระคุณ ผู้ที่สอนเรา ….

🪽5

เมื่อเติบโตขึ้นมาขึ้นมาจึงเข้าใจว่า

“เราไม่เพียงแต่อยู่คนเดียวในโลก ถ้าไม่เรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัว” ไม่มีใครอยู่กับเราได้แน่นอน …. ผมสังเกตุว่าผู้คนเริ่มทยอยเดินออกจากชีวิตของเราไปเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากหลายหลายเหตุผล … หากเราเรียนรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ … ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และปรับปรุงตนเอง … นอกจากเรารักษาคนที่ยังอยู่กับเราแล้ว เรายังสนุกกับการใช้ชีวิตเรื่อย ๆ

ผมคิดคำนึงถึงบทเรียนชีวิตแต่ละหน้า นึกย้อนเหตุการณ์ทั้งร้ายดี คิดถึงเพื่อนพี่น้อง ครู อาจารย์ … นึกย้อนถึงเหตุการณ์ และมองดูอดีต มีเรื่องให้ขอบคุณมากมาย … และหนึ่งในเรื่องที่ชวนให้ขอบคุณคือ “ลาซาล” นี่เอง

🪽6

Signum Fidei (เครื่องหมายความเชื่อ)

 อักษรภาษาละตินที่แปลว่า “เครื่องหมายแห่งความเชื่อ” เราพบเห็นเสมอ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของสถานศึกษาลาซาลที่พบเห็นทั่วโลก … ความเชื่อมาเป็นอันดับแรก พระเจ้ามาเป็นที่หนึ่งในภารกิจการทำหน้าที่ของเราเสมอ ทุกสิ่งอย่างล้วนแต่เป็นหมายแห่งความเชื่อ …

🪽7

 live Jesus in our heart Forever. (พระคริสตเจ้าทรงสถิตในเรา ตลอดกาลนิรันดร์)

 บทสวดที่เราได้ยินเสมอ เพื่อขอให้พระคริสตเจ้าสถิตในเรา สะท้อนภาพของการประทับอยู่ของพระเจ้า พลังของผู้ที่มีความเชื่อ เป็นพลังที่ทำให้แรงเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้สังคม และนี่คือเรื่องราวของการมีพระเจ้าประทับอยู่

🪽8

สมุดจดการบ้าน

 ผมทันสมัย “คัดเขียนสวยงามพ่อแม่ภูมิใจ” และยุค “สมุดจดการบ้าน” … ในช่วงที่สิทธิเด็กถูกตั้งคำถาม การจำกัดขอบเขตของความคิดเริ่มเปิดกว้าง … หน้าที่ของโรงเรียนไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา สั่งการด้วยอำนาจ เป็นกลับกลายหน้าที่ของการเป็นที่เลี้ยง คอยแนะนำเมื่อประสบปัญหา อยู่เคียงข้างเหมือนบุคคลในครอบครัว … โรงเรียนต้องทำหน้าที่และคิดว่าผู้ที่มารับการศึกษา เป็นทั้งลูกและศิษย์

 ยังจำเรื่องราวของการคัดลายมือ ในยุคที่โทรศัพท์มือถือเริ่มเข้ามามีอิทธิพล ยุคที่การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์มาแทนที่การเขียน เรามักโต้แย้งว่า “ยังจำเป็นที่จะต้องเขียนด้วยลายมืออีกหรือ” ผมมาคิดได้เมื่อโตแล้วว่า คัดลายมือไม่ได้แฝงคำสอนเรื่องลายมือสวยเท่านั้น แต่คัดลายมือ คือคำสอนที่ทำให้เรารู้จักการเคารพให้เกียรติกัน … เราที่เป็นเด็กนักเรียน เมื่อยอมเชื่อฟังครู เราจะฝึกฝนตนเองเพื่อเป็นบุคคลที่รู้จักเคารพครูบา อาจารย์ ให้เกียรติเพื่อน และให้เกียรติตนเอง … อันเป็นผลมาจากการที่ยอมรับความเป็นตัวตนของเรา และยอมฝึกฝนตนเอง  …

แม้ว่าเราจะเติบโตมากับยุคที่ต้องมีไม้เรียว ยุคที่ต้องตัดผมเกรียน ทรงนักเรียนเท่านั้น ยุคที่ต้องมีวินัย … การเคารพกฎเกณฑ์ของสังคม เมื่อโตมาผมถึงรู้ว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเป็นคนที่รู้จักให้เกียรติคนอื่น … เมื่อโตมาถึงรู้ว่า สิ่งเหล่านี้ ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของคนอื่น เพราะทุกๆ การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ คือการที่มองเห็นคุณค่าขอคนอื่น … เราจะโตไปเป็นคนที่ไม่ดูถูกใคร ไม่ว่าจะเชื้อชาติ สีผิว ฐานะ หรือแม้กระทั่งเพศสภาพ เพราะเราเห็นคุณค่าของเขา … เขาต่างมีคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เหมือนเรา และต่างก็มีคุณค่าในสายตาของพระเจ้าเหมือนกัน …. นี่คือสิ่งที่ “ลาซาล” สอนผม

 ✨เราเติบโตในยุตที่เคร่งครัดเรื่อง “สมุดจดการบ้าน” ต้องจดหัวข้อการอบรม ต้องจดการบ้านที่คุณครูสั่ง มีกำหนดเวลาส่ง มีผู้ปกครองเซ็น ครูประจำชั้นเซ็น รับรอง … อะไรที่แฝงในสมุดจดการบ้าน … เมื่อโตมาเราถึงเข้าใจว่า ชีวิตต้องมีการวางแผน ต้องมีกรอบเวลา ต้องมีระยะเวลาที่จะทำเสร็จเมื่อไร ในวันที่ผู้ปกครองไม่เซ็นรับทราบว่าเราการบ้านอะไร หรือในวันที่คุณครูไม่ได้มาจี้ถามว่าการบ้านเสร็จไหม … นั่นคือวันที่เราต้องใช้ชีวิตจริง ๆ ถึงเวลาที่เราต้องวางแผนชีวิตของเรา กำหนดอนาคตของเรา คิดก่อนที่ทำ คิดก่อนที่จะพูด คิดก่อนเสมอ … และนี่เป็นอีกสิ่งที่โรงเรียนสอนผม

🪽9

ลั่นทมน้อยขอลาไกล เมื่อเติบใหญ่จะกลับมา

 เราได้ยินคำนี้บ่อย ๆ สะท้อนภาพของความกตัญญูต่อสถานศึกษา ที่ไม่เพียงแต่ตัวตึก แต่มีต่อคณะภราดา คุณครู และต่ออุดมการณ์ลาซาล … ใคร ๆ ที่รับรู้ว่าจบมาที่ไหน นั่นคือความภาคภูมิใจที่เราจะบอกกับทุกคนว่าเราจบจากลาซาล … อย่าลืมว่า 🕊️“คนที่กตัญญูรู้คุณ คือคนที่เจริญ” 👌… 

ปล.

  อิสรภาพมาพร้อมกับความรับผิดชอบ … และทุก ๆ การตัดสินใจเลือกของเรา ก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบด้วย

ยอห์น บัปติสต์ เดอ ลาซาล✨ (ปี ค.ศ.๑๖๕๑-๑๗๑๙) เป็นผู้ก่อตั้งคณะ Brothers of the Christian Schools ท่านเกิดที่เมือง Reims ในภาคเหนือของฝรั่งเศส ครอบครัวของท่านมีศักดิ์ฐานะ ท่านบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ๑๖๗๘ ท่านได้รับปริญญาเอกด้านเทววิทยาในปี ๑๖๘๑

🎊ชีวิตของยอห์น คงจะเป็นไปอย่างสงบด้วยฐานะพระสงฆ์ดูแลอาสนวิหาร แต่มีการติดต่อขอให้ท่านเปิดโรงเรียนสอนฟรีแก่คนจนในเมือง Reims ยอห์นช่วยเปิดโรงเรียน ๒ แห่ง คนจำนวนมากมายหลั่งไหลมาเรียน แต่คุณภาพของครูผู้สอนต่ำมาก ท่านจึงเปิดบ้านพักของตนเพื่อฝึกอบรมพวกครู

✨ในปี ๑๖๘๔ ท่านลาออกจากหน้าที่ดูแลอาสนวิหาร บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดและอุทิศตนเพื่องานด้านการศึกษา ในเดือนพฤษภาคม ท่านและเพื่อน ๑๒ คนตั้งกลุ่ม โดยใช้ชื่อว่า ภราดาแห่งโรงเรียนคริสตชน ท่านเปิดโรงเรียนอีก ๔ แห่งและวิทยาลัยอบรมครูอีกหลายแห่ง ท่านใช้วิธีสอนผู้เรียนรวมกันเป็นห้องเรียน แทนที่จะสอนตัวต่อตัวแบบสมัยนิยม ท่านยังให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในการเรียนแทนที่จะใช้ภาษาละตินและเน้นให้พวกนักเรียนต้องเงียบในระหว่างการสอน ท่านรวมการศึกษาด้านศาสนาเข้ากับการฝึกงานฝีมือสำหรับผู้จะจบเป็นช่าง

🕊️ท่านสิ้นใจในปี ๑๗๑๙ และรับแต่งตั้งเป็นนักบุญในปี ๑๙๐๐ ท่านถูกประกาศให้เป็นนักบุญอัปถัมภ์ของครูสอนในโรงเรียนในปี ๑๙๕๐

#นายชุมพาดินแดนพันธสัญญา

#สังฆมณฑลนครสวรรค์

Related Post

เรื่องล่าสุด