วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน

< 1 นาที

✨คริสตวจนะ วาทะพระเจ้า วันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2026

🕊️วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา (ปีคู่)

📜บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิว (มธ 8:1-4)

⏳เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงมาจากภูเขา ประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์ ทันใดนั้น คนโรคเรื้อนคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ กราบลงทูลว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ก็ทรงรักษาข้าพเจ้าให้หายได้” พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์สัมผัสเขา ตรัสว่า “เราพอใจ จงหายเถิด” โรคเรื้อนก็หายไปทันที พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาอีกว่า “ระวัง อย่าบอกให้ใครรู้เลย จงไปแสดงตนแก่สมณะและถวายเครื่องบูชาตามที่โมเสสกำหนด เพื่อเป็นพยานหลักฐานแก่คนทั้งหลาย”

⛪ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า

🌿1

🕰️เวลานั้น

คือช่วงหนึ่งของชีวิต คือช่วงที่เราต้องกลับมาไตร่ตรองชีวิตต่อหน้าพระเจ้า ด้วยเสียงแห่งมโนธรรมในจิตใจของเรา ชีวิตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราตั้งเป้าหมายของการดำเนินชีวิตจากนี้เพื่ออะไร เป้าหมายสูงสุดสำหรับเรา ยังเพื่อพระคริสตเจ้า หรือเพื่อตนเองอยู่ พระวาจาเริ่มต้นด้วยคำว่า “เวลานั้น” เหมือนจะบอกเราว่า ในทุกช่วงเวลาของชีวิต พระเยซูเจ้าทรงเสด็จผ่านมาเสมอ บางเวลาเราอยู่บนภูเขา บางเวลาเรากำลังลงจากภูเขา บางเวลาเรามีคนมากมายติดตาม บางเวลาเรากลับรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนคนโรคเรื้อน แต่ไม่ว่าเป็นเวลาใด ถ้าเรากล้ากลับมาหาพระองค์ เวลานั้นก็อาจกลายเป็นเวลาแห่งพระหรรษทานได้

🌿2

🩵ถ้าพระองค์พอพระทัย ก็ทรงรักษาข้าพเจ้าให้หายได้

คนโรคเรื้อนคนนี้ไม่ได้เข้ามาหาพระเยซูเจ้าด้วยความมั่นใจในตนเอง แต่เข้ามาด้วยความสุภาพถ่อมตน เขาไม่ได้สั่งพระเจ้า แต่ทูลว่า “ถ้าพระองค์พอพระทัย” นี่คือภาษาของคนที่รู้ว่าตนเองต้องการพระเมตตา เขารู้ว่าพระเยซูเจ้าทรงรักษาเขาได้ แต่เขาก็ยังวางทุกอย่างไว้ในพระประสงค์ของพระองค์ ชีวิตเราก็เช่นกัน หลายครั้งเรามีบาดแผล มีความอ่อนแอ มีสิ่งที่อยากให้พระเจ้ารักษา แต่คำภาวนาที่งดงามที่สุดอาจไม่ใช่การบอกพระเจ้าว่า ต้องทำอย่างไร หากแต่เป็นการวางใจว่า พระองค์ทรงรู้ดีที่สุด และพระองค์ไม่เคยเมินเฉยต่อผู้ที่เข้ามาหาด้วยใจจริง

🌿3

❤️‍🩹เราพอใจ จงหายเถิด

✨พระเยซูเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์สัมผัสคนโรคเรื้อน ก่อนตรัสว่า “เราพอใจ จงหายเถิด” ประโยคนี้งดงามมาก เพราะพระองค์ไม่เพียงรักษาโรค แต่ทรงคืนศักดิ์ศรีให้มนุษย์คนหนึ่งด้วย ในสายตาของคนทั่วไป คนโรคเรื้อนคือคนต้องห่าง ต้องแยก ต้องถูกหลบเลี่ยง แต่พระเยซูเจ้าทรงเข้าใกล้และสัมผัสเขา เหมือนจะบอกว่า ไม่มีความสกปรกใด ไม่มีบาดแผลใด ไม่มีอดีตใด ที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งหมดคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า คำว่า “เราพอใจ” จึงเป็นถ้อยคำที่เยียวยาหัวใจมาก เพราะพระเจ้าทรงพอพระทัยที่จะรักษา ทรงพอพระทัยที่จะให้อภัย และทรงพอพระทัยที่จะให้เรากลับมามีชีวิตใหม่

🌿4

⚡ระวัง อย่าบอกให้ใครรู้เลย

หลังจากรักษาแล้ว พระเยซูเจ้าไม่ได้ให้ชายคนนั้นรีบไปสร้างชื่อเสียงให้พระองค์ แต่ให้เขาไปแสดงตนแก่สมณะและถวายเครื่องบูชาตามธรรมบัญญัติ เพื่อเป็นพยานหลักฐานแก่คนทั้งหลาย พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า พระหรรษทานไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้โอ้อวด แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ชีวิตของเรากลับเข้าสู่ความจริง ความสัมพันธ์ และความรับผิดชอบ เมื่อได้รับการรักษาแล้ว ชีวิตของเราควรเป็นพยานเงียบ ๆ มากกว่าการพูดเสียงดัง เพราะบางครั้งพยานที่ดีที่สุด ไม่ใช่คำประกาศยาว ๆ แต่คือชีวิตที่เปลี่ยนไป ใจที่อ่อนโยนขึ้น ความเชื่อที่มั่นคงขึ้น และการกลับไปดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องต่อหน้าพระเจ้าและพี่น้อง

✒️ปล.

🌻พระเยซูเจ้าสถิตในเรา ตลอดกาลนิรันดร์🕊️

#นายชุมพาดินแดนพันธสัญญา

#สังฆมณฑลนครสวรรค์

บทความก่อนหน้านี้วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน

Related Post

เรื่องล่าสุด