📖บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น
ยน 7:1-2, 10, 25-30
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จไปทั่วแคว้นกาลิลี พระองค์ไม่ทรงพระประสงค์จะเสด็จไปทั่วแคว้นยูเดีย เพราะชาวยิวกำลังพยายามจะฆ่าพระองค์
งานฉลองเทศกาลอยู่เพิงของชาวยิวใกล้เข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บรรดาพี่น้องของพระองค์ขึ้นไปร่วมงานฉลองแล้ว พระองค์ก็เสด็จขึ้นไปด้วยอย่างเงียบ ๆ ไม่ทรงประสงค์จะให้ผู้ใดเห็น ชาวเยรูซาเล็มบางคนพูดว่า “คนนี้มิใช่หรือที่เขาพยายามจะฆ่า ดูซิ คนนี้กำลังพูดคุยอย่างเปิดเผย และไม่มีใครห้ามปรามเขาหรือบางทีบรรดาหัวหน้าอาจยอมรับว่าเขาเป็นพระคริสต์ พวกเรารู้ว่าคนนี้มาจากไหน พระคริสต์นั้นเมื่อเสด็จมา ไม่มีใครรู้ว่าพระองค์เสด็จมาจากไหน”
ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงสอนในพระวิหาร พระองค์ตรัสเสียงดังว่า “ท่านทั้งหลายรู้จักเรา และรู้ว่าเรามาจากไหน เราไม่ได้มาตามใจตนเอง พระองค์ผู้ทรงส่งเรามาทรงสัจจะ ท่านไม่รู้จักพระองค์ แต่เรารู้จักพระองค์ เพราะเรามาจากพระองค์ และพระองค์ทรงส่งเรามา”
คนเหล่านั้นพยายามจะจับกุมพระองค์ แต่ไม่มีใครลงมือ เพราะเวลาของพระองค์ยังมาไม่ถึง
ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า![]()
1
หลายครั้งสิ่งที่น่าใจหายที่สุดในเรื่องราวตอนนี้ ก็คือ คนที่คิดจะทำร้ายพระเยซูเจ้า
ไม่ใช่คนนอก แต่เป็น “พี่น้องร่วมเชื้อชาติเดียวกัน” พูดง่าย ๆ คือ คนกันเองนี่แหละที่ทำร้ายกัน
และความเจ็บปวดแบบนี้ มันลึกกว่าการถูกคนแปลกหน้าทำร้ายเสมอ
แต่สิ่งที่เราเห็นชัดมากในพระเยซูเจ้า
คือพระองค์ “ไม่ได้หนีหน้าที่” ไม่ได้หยุดทำความดี
ไม่ได้ปล่อยให้ความกลัวมาปิดปากหรือหยุดภารกิจของพระองค์
พระองค์ยังคงสอน ยังคงยืนอยู่ในความจริง แม้จะรู้ว่ามีคนไม่เข้าใจ มีคนต่อต้าน
และแม้กระทั่งมีคนอยากทำร้ายพระองค์
2
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าคิดคือ ผู้คนในเรื่องนี้ “คิดว่าตัวเองรู้จักพระเยซูดีแล้ว”
รู้ว่าพระองค์มาจากไหน เป็นใคร แต่ความจริงแล้ว เขายัง “ไม่รู้จักพระเจ้าเลย”
บางครั้งชีวิตเราก็เป็นแบบนั้น เราคิดว่าเรารู้จักพระเจ้าแล้ว
คุ้นเคยกับศาสนา กับคำสอน กับพิธีกรรม แต่หัวใจเราอาจยังไม่ได้เปิดจริง ๆ
พระเยซูเจ้าบอกชัดว่า “เรามาจากพระองค์ และพระองค์ทรงส่งเรามา”
นี่คือหัวใจของชีวิตพระองค์ คือ “การทำตามพระประสงค์ของพระบิดา”
3
และสุดท้าย ประโยคที่สำคัญมากคือ “เวลาของพระองค์ยังมาไม่ถึง”
แปลว่า ทุกอย่างอยู่ในเวลาของพระเจ้า แม้จะมีคนคิดร้าย
แม้สถานการณ์จะดูอันตราย แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกเหนือจากแผนการของพระเจ้าได้
4
สำหรับชีวิตเราเองก็เหมือนกัน บางครั้งเราอาจถูกเข้าใจผิด
ถูกคนใกล้ตัวทำร้าย หรือรู้สึกว่าความดีที่เราทำ ไม่มีใครเห็นค่า
แต่พระวาจาวันนี้กำลังบอกเราว่า อย่าหยุดทำความดี อย่าหยุดยืนอยู่ในความจริง
และอย่าปล่อยให้ความกลัวมาควบคุมชีวิตเรา เพราะถ้าเรายังเดินอยู่กับพระเจ้า
ทุกอย่างก็ยังอยู่ใน “เวลาของพระองค์” และ “เป็นไปได้” เสมอ
ปล.
อาแมน – สมพรปากเถิด![]()
