✨คริสตวจนะ วาทะพระเจ้า วันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2026
🕊️(วันอังคาร สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา (ปี A)
📜บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 3:7-15)
✨เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับนิโคเดมัสว่า “อย่าประหลาดใจ ถ้าเราบอกท่านว่า ท่านทั้งหลายจำเป็นต้องเกิดใหม่จากเบื้องบน ลมย่อมพัดไปในที่ลมต้องการ ท่านได้ยินเสียงลมพัดแต่ไม่รู้ว่า ลมพัดมาจากไหน และจะพัดไปไหน ทุกคนที่เกิดจากพระจิตเจ้าก็เป็นเช่นนี้” นิโคเดมัสทูลถามพระองค์ว่า “เหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านเป็นอาจารย์ของชาวอิสราเอล ท่านไม่รู้เรื่องเหล่านี้หรือ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เรากำลังพูดถึงเรื่องที่เรารู้ และเป็นพยานถึงเรื่องที่เราเห็น แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมรับคำยืนยันของเรา ถ้าท่านทั้งหลายไม่เชื่อเมื่อเราพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับโลกนี้ ท่านจะเชื่อได้อย่างไร เมื่อเราจะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับสวรรค์ ไม่มีใครเคยขึ้นไปบนสวรรค์ นอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์คือบุตรแห่งมนุษย์เท่านั้น โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร”
⛪ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า⛪
✨1️
“ลมย่อมพัดไปในที่ลมต้องการ”
พระจิตเจ้าทรงทำงานในแบบที่เรา “ควบคุมไม่ได้” และ “คาดเดาไม่ถึง”
หลายครั้งเราพยายามเข้าใจพระเจ้าด้วยเหตุผลล้วน ๆ แต่พระเจ้าทรงทำงานลึกกว่านั้น
คือในหัวใจ ในสถานการณ์ และในเวลาที่เราไม่คาดคิด
คำถามคือ เราพร้อมไหมที่จะ “ปล่อยให้พระจิตพัดพา” ชีวิตเราไป แม้จะไม่รู้ปลายทาง
ความเชื่อจึงไม่ใช่การรู้ทุกอย่าง แต่คือการ “วางใจ” ในพระจิตเจ้าทรงเป็นผู้นำทางเรา
✨2️
“เหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร”
นี่คือคำถามของนิโคเดมัส และก็เป็นคำถามของเราทุกคน
เมื่อพระเจ้าทรงทำสิ่งที่เกินความเข้าใจ เรามักถามว่า “เป็นไปได้อย่างไร”
แต่ความเชื่อไม่เริ่มจากการเข้าใจทั้งหมด บางทีเริ่มจากความสงสัยด้วย ที่สำคัญคือเริ่มจากการเปิดใจ
บางครั้งพระเจ้าไม่อธิบายทุกอย่าง แต่ทรงเชิญเราให้ “ก้าวไปก่อน แล้วจะเข้าใจภายหลัง”
ผู้ที่เชื่อ ไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีคำถาม แต่คือผู้ที่ยังเดินต่อ แม้ยังไม่เข้าใจก็ตาม
✨3️
“เรากำลังพูดถึงเรื่องที่เรารู้ และเป็นพยานถึงเรื่องที่เราเห็น แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมรับคำยืนยันของเรา”
ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่พระเจ้าไม่ได้เผยแสดงพระองค์ แต่คือเรา “ไม่เปิดใจรับฟัง”
พระเจ้าเผยแสดงพระองค์ผ่านพระวาจา ผ่านศีลศักดิ์สิทธิ์ ผ่านเหตุการณ์ในชีวิต
แต่ถ้าใจเราปิดหัวใจของเรา พระเจ้าก็ไม่สามารถเข้าไปได้
ความเชื่อจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเหตุผล แต่คือ “ความถ่อมตน”
ที่ยอมรับว่าพระเจ้าทรงรับรู้ตัวตน ปัญหา ความต้องการของรา
เมื่อใจเปิดใจให้พระวาจา ก็จะกลายเป็น “แสงสว่าง”
แต่เมื่อใจปิดใจ พระวาจาเดียวกันก็กลายเป็นเพียง “เสียงผ่านไป”
✨4️
“บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร”
การ “ถูกยกขึ้น” หมายถึงไม้กางเขน สถานที่แห่งความทุกข์ กลับกลายเป็นที่มาของความรอด
นี่คือความลึกซึ้งของความรักของพระเจ้า
พระองค์ไม่ทรงหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด แต่ทรงใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อช่วยมนุษย์
ไม้กางเขนจึงไม่ใช่เครื่องหมายแห่งความพ่ายแพ้ แต่เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ
และผู้ที่ “มองขึ้นไป” ด้วยความเชื่อเหมือนชาวอิสราเอลที่มองงูทองสัมฤทธิ์ ก็จะได้รับชีวิต
ชีวิตนิรันดรเริ่มตั้งแต่วันนี้ เมื่อเราเลือกเชื่อ วางใจ และยึดพระคริสตเจ้าผู้ถูกตรึงกางเขนเป็นศูนย์กลางชีวิต
🕊️ปล.
✨อาแมน … พระประสงค์จงสำเร็จไป 🙏
