(Annunciation of the Lord) 1
1
สมโภชนี้ เริ่มมีมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 4–5
และวันนี้ถือเป็น “วันสมโภช” ที่สำคัญของพระศาสนจักร
หัวใจของวันนี้ คือ “การรับสภาพมนุษย์ของพระเจ้า”
หรือพูดง่าย ๆ คือ พระเจ้าทรงมาเป็นมนุษย์เหมือนเรา ตั้งแต่นิรันดร พระเจ้าทรงตั้งพระทัยแล้วว่า
พระบุตร (พระบุคคลที่สองของพระตรีเอกภาพ) จะทรงบังเกิดเป็นมนุษย์
และในพระวรสาร (ลก 1:26-38) แผนการนั้นก็เริ่มเป็นจริง
พระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์ ทรงรับเอามนุษยชาติทั้งหมดไว้ในพระองค์
เพื่อจะนำทุกสิ่งกลับไปหาพระเจ้า ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียว
แต่เพราะมนุษย์ปฏิเสธพระเจ้า พระเยซูเจ้าจึงทรงยอมรับการรับทรมาน
และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
เพราะ “ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าการยินดีพลีชีวิตเพื่อบุคคลที่ตนรัก” (ยน 15:13)
2
แม่พระมีบทบาทสำคัญมากในแผนการณ์ของพระเจ้า
ตั้งแต่นิรันดร พระเจ้าทรงเลือกท่าน ให้เป็นพระมารดาของพระเยซูเจ้า
และมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด ในแผนการณ์เนรมิตสร้างโลกและการช่วยให้รอดพ้น
พูดได้ว่า แผนการณ์ “เนรมิตสร้าง” และ “การช่วยให้รอดพ้น” ของพระเจ้า
มาบรรจบกันที่ “การรับสภาพเป็นมนุษย์”ของพระเยซูเจ้า
และแม่พระ ก็คือผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ในแผนการณ์นี้
ทุกอย่างที่แม่พระเป็น ไม่ใช่เพราะความสามารถของท่านเอง
แต่เป็นเพราะ “พระหรรษทานของพระเจ้า” ทั้งหมด
แม่พระเหมือน “พื้นที่ว่าง” ที่เปิดให้พระเจ้าทรงทำงานได้อย่างเต็มที่
ชีวิตของท่านจึงกลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ เพราะพระเจ้าเป็นผู้กระทำ
3
พระนางมารีย์ คือ “พรหมจารี” ที่ทำให้คำกล่าวพยากรณ์ล่วงหน้า (อสย 7:14) เป็นจริง
ในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ท่านเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้า ในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
ด้วยคำตอบสั้น ๆ แต่ทรงพลังว่า
“ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่าน” (ลก 1:38)
4
พร้อมกับพระเยซูเจ้า
แม่พระจึงเป็น “สะพาน” ที่เชื่อมระหว่างสวรรค์กับโลก
นอกจากพระเยซูเจ้าแล้ว แม่พระคือมนุษย์ที่แสดงให้เห็นชัดที่สุดว่า
“ชีวิตมนุษย์สามารถงดงามได้แค่ไหน” ถ้าเปิดใจรับพระเจ้า
ท่านเป็นคนธรรมดา แต่สะท้อนความรักอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระเจ้า ในชีวิตประจำวันธรรมดา
และนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด แม่พระไม่ได้เป็นเพียงแบบอย่างที่สวยงาม
แต่เป็น “ภาพของสิ่งที่เราทุกคนถูกเรียกให้เป็น”
ชีวิตของท่าน คือผลลัพธ์สูงสุดของพลังแห่งการสร้างและการไถ่กู้ของพระเจ้า
และแสดงให้เห็นว่า การที่พระเจ้าทรงมาเป็นมนุษย์นั้น ไม่ใช่เพื่อพระองค์เอง
แต่เพื่อ “เปลี่ยนชีวิตของเราทุกคน”






